เชียงใหม่ - หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด 2 ภาค เปิดเวทีประสานข้อมูลเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดเหนือ-อีสาน นบ.ยส.35 เผยปฏิบัติการสกัดยานรกชายแดนภาคเหนือ ยึดยาบ้าได้เกือบ 600 ล้านเม็ด-ไอซ์ทะลุ 19 ตัน ปะทะคาราวานขนลำเลียง 67 ครั้ง วิสามัญดับ 51 ศพ
วันนี้(15 ส.ค.) พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35) ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของ นบ.ยส.35 พร้อมเปิดการประชุมประสานการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ซึ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 / ผบ.นบ.ยส.24 นำเจ้าหน้าที่เข้าร่วมระหว่างวันที่ 15 – 16 ส.ค.นี้ ณ กองบัญชาการ นบ.ยส.35 อ.เมืองเชียงใหม่
ซึ่งในส่วนของ นบ.ยส.35 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย อาทิ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผอ.ปปส.ภ.5, นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภ.6, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รองผบช.ภ. 5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 , นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธรณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ นายบุรินทร์ ใจจะนะ ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ได้แก่ พลเรือน ทหาร และตำรวจ สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคเหนือ ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน
โอกาสนี้ นบ.ยส.35 ได้รายงานสถิติการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ว่ามีเหตุการณ์สำคัญรวม 348 ครั้ง แบ่งเป็นการปะทะกับกลุ่มขบวนการบริเวณแนวชายแดน 67 ครั้ง การจับกุมในพื้นที่ตอนใน 281 ครั้ง สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากกว่า 588 ล้านเม็ด ยึดไอซ์ได้สูงถึงกว่า 19 ตัน จับกุมผู้ต้องหาได้ 328 ราย และมีผู้ก่อเหตุเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่รวม 51 ศพ
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าปริมาณการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 67.82 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 237 ล้านเม็ด ขณะที่ปริมาณไอซ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.35 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 ตัน คิดเป็นร้อยละ 25.35 คีตามีนเพิ่มขึ้นร้อยละ21.1 ส่วนเฮโรอีนลดลงร้อยละ 81.1
นอกจากนี้ นบ.ยส.35 ยังเดินหน้าตัดวงจรการผลิตด้วยการผลักดันประกาศกระทรวงกลาโหม กำหนดให้พื้นที่จังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงราย เป็นเขตควบคุมตามกฎหมาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการควบคุมสินค้า เพื่อกำกับดูแลสารตั้งต้น 7 ชนิด และสารทำปฏิกิริยาอีก 19 ชนิด ยับยั้งไม่ให้เคมีภัณฑ์ทะลักเข้าสู่พื้นที่ผลิตยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

