จากประเด็นร้อน “ฮั้วสว.” ที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน ว่าในที่สุดแล้ว กกต.จะส่งสำนวนคดีให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่
กรณี สว.จากจังหวัดสตูล ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อชี้ให้เห็นรูปแบบ ความผิดปกติของการเลือก สว.2567 โดยเฉพาะเมื่อเอาคะแนนและเส้นทางของผู้สมัครหลายคนมาพิจารณประกอบกัน
สตูล เป็นจังหวัดเล็ก มี สส.แค่ 2 คน แต่มี สว.ถึง 6 คน ถูกยกว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เกิดปรากฏการณ์ “คะแนนล้นกระดาน” เหมือนที่ จ.บุรีรัมย์ และ จ.พระนครศรีอยุธยา
กล่าวคือ ในการเลือกสว. ระดับประเทศ มีผู้สมัครจากสตูล 38 คน จาก 40 คน ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้ได้
นี่เป็นจำนวนสูงที่สุดของประเทศ และเท่ากับ 95% ของผู้สมัคร จาก จ.สตูลทั้งหมด
ใน “สตูล โมเดล” นี้ มีผู้สมัครคนหนึ่งที่เดินไปสุดทาง กระทั่งได้เป็น 1 ใน 6 สว. คือ “อารีย์ บรรจงธุระการ”
“อารีย์” สมัครในกลุ่ม 18 – สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน แต่ในใบสมัคร เธอระบุอาชีพว่า “พยาบาล”
ประวัติการทำงานที่แจ้งไว้คือ เป็นพยาบาล วิทยากรด้านแม่และเด็กของจ.สตูล เป็นพิธีกรงานแต่งงาน งานเลี้ยงทั่วไป วิทยากรเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
จึงเกิดคำถามว่า ถ้าผู้สมัครระบุอาชีพหลักว่า “พยาบาล” และมีประสบการณ์ด้านแม่และเด็กเป็นหลัก เหตุใดจึงมาสมัครในกลุ่ม 18 ที่เป็นกลุ่มสื่อสารมวลชน แล้วคนที่อยู่ในอาชีพสื่อสารมวลชน จะเลือกเธอหรือ
ขณะเดียวกัน การเป็นพิธีกร หรือนายพิธีงานแต่ง เป็นประสบการณ์ที่นำมาใช้ประกอบการสมัครในกลุ่มนี้ได้หรือไม่
แต่สิ่งที่ทำให้ “อารีย์” น่าสนใจกว่าประเด็นอาชีพ คือ “คะแนน” ที่ได้ ชนิดที่ผ่านทุกด่าน จนได้เป็น สว.
ในการเลือกที่สตูล ระดับจังหวัด “อารีย์” ได้ 7 คะแนน ในรอบเลือกไขว้ เป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม 18
จากนั้นไปถึงระดับประเทศ เธอได้ 30 คะแนน ในรอบเลือกกันเอง เป็นอันดับ 5 ของกลุ่ม 18
แล้วรอบเลือกไขว้ ได้ 57 คะแนน ได้เป็น สว.ลำดับที่ 6 ของกลุ่ม 18
เส้นทางของ “อารีย์” จึงถูกนำมาเป็น “ตัวอย่าง” ของปรากฏการณ์ ในการบวนการเลือก สว. ที่ต้องตรวจสอบ และถูกนำไปเป็นหลักฐานในเรื่องของการ “ฮั้ว” หรือไม่
ตัวเลข 38 คน จาก 40 คน ของ จ.สตูล จึงมีความหมายในการสืบสวน ว่า ผู้สมัครทั้ง 38 คนผ่านเข้ารอบได้อย่างไร ? คะแนนกระจายอย่างไร ? ใครลงคะแนนให้ใคร ? มีผู้สมัครกลุ่มเดียวกันลงคะแนนเป็นชุดหรือไม่ ? และ 6 คนที่ได้เป็น สว. มีเส้นทางคะแนนเชื่อมโยงกันหรือเปล่า ?
จึงเป็น “สตูลโมเดล” ที่ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษา เป็นกรณีที่ต้องสืบสวน โดยเฉพาะกรณีของ “อารีย์ บรรจงธุระการ” ที่ระบุอาชีพหลักว่า เป็นพยาบาล แต่สมัครในกลุ่มสื่อสารมวลชนฯ และยังมีคะแนนโดดเด่น ตั้งแต่ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศ

