xs
xsm
sm
md
lg

กกต.ลั่นมติคดีฮั้ว สว.มีเหตุผลรองรับ บิ๊ก รบ.เอี่ยวหลักฐานต้องแน่นกว่าแค่คำพูด ยึดสำนวนคณะ 26 ยกระดับข้อมูลหัวคะแนน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไม่สน สว. แต่งตั้ง! "สิทธิโชติ" ลั่น มติคดีฮั้ว สว. มีเหตุผลรองรับ กกต.ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง ชี้ปมแกนนำรบ.เอี่ยว ต้องหลักฐานแน่นกว่าแค่คำพูด พิจารณายึดสำนวนคณะ26 เป็นหลัก ยังเป็นไปตามกรอบที่วางไว้เตรียมเว้น 1 อาทิตย์ก่อนลงมติรายบุคคล ยกระดับการข่าวดึง กอ.รมน.-ตร. ช่วยสร้างฐานข้อมูลหัวคะแนนปราบซื้อเสียง

วันนี้ (14 ส.ค.) นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติเพื่อสร้างแหล่งข่าวให้มีประสิทธิภาพ ว่า กกต.เห็นว่าการเลือกตั้งทุกระดับมีปัญหาเรื่องการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียง รวมถึงมีกรรมวิธีทุจริตการเลือกตั้งอื่นๆ แต่ กกต. เองไม่มีมือทำงานในเชิงการข่าว จึงต้องการยกระดับงานข่าวเชิงรุก โดยประสาน กอ.รมน. ตำรวจ ทหารเรือ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีเครือข่ายข่าวทั่วประเทศ เพื่อแจ้งข้อมูลการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียงให้ กกต.สามารถป้องกันได้ล่วงหน้า โดยจะนำร่องใช้กับการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี และเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ นนทบุรี และขอนแก่นก่อน ระยะยาว กกต.จะตั้งทีมข่าวในทุกจังหวัด พร้อมจัดทำฐานข้อมูลหัวคะแนนและผู้มีอิทธิพล เพื่อจัดลำดับพื้นที่เสี่ยงและส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลได้ตรงจุด หวังลดการซื้อเสียงและทำให้การเลือกตั้งสุจริตมากขึ้น

นายสิทธิโชติ ยังกล่าวกรณีพนักงานสืบสวนไต่สวนของกกต.ถูกร้องว่ารับเงินโอนจากพูดถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือกสว.ว่า เป็นไปตามที่กกต. ได้ชี้แจงพนักงานสืบสวนฯคนดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการเลือกตั้งสส. โดยพนักงานฯคนนี้ถูกกล่าวหาในคราวไปสอบการเลือกตั้งสมาชิกอบจ.ที่จ.ตาก สำนักงานฯจึงตั้งกรรมการสอบสวนพบว่ากระทำผิดจริง และมีมติไล่ออก ส่วนกรณี จ.อำนาจเจริญ ซึ่งพนักงานคนเดียวกันถูกส่งไปทำสำนวนคดีเลือกตั้ง สส. และพบพฤติการณ์รับเงิน ได้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาขั้นตอนสุดท้าย

ส่วนสำนวนคดีเลือกตั้ง สส. ที่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเคยทำ กกต.มีคำวินิจฉัยไปแล้ว แม้พบภายหลังว่ามีเส้นทางการเงินโอนเข้าไปที่พนักงานคนดังกล่าวจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัว สส. แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงไปถึง สส. หรือผู้เกี่ยวข้องรายอื่น จึงยังไม่มีการตั้งสำนวนใหม่หรือทบทวนคดีเดิม

ส่วนคดีฮั้ว สว. นายสิทธิโชติยืนยันว่า กกต. ไม่กังวลต่อการที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิดหลักฐานเพิ่มเติม เพราะกกต.พิจารณาตามพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งถือสำนวนสอบของคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เป็นหลักความเห็นของคณะอนุฯ วินิจฉัยชุดที่ 36 เป็นส่วนที่นำมาประกอบการพิจารณาเท่านั้น

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า สว.ที่ถูกกล่าวหาอาจรอดคดี เนื่องจาก กกต.ส่วนใหญ่ได้รับการแต่งตั้งโดย สว.ชุดนี้ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ไม่ว่า กกต.จะมีมติส่งศาลฎีกาหรือยกคำร้อง ทุกมติต้องมีเหตุผลประกอบว่า ตัดสินตามสำนวนคณะ 26 หรือคณะอนุฯวินิจฉัย 36 หรือมีเหตุผลเพิ่มเติม

ซึ่งการลงมติขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กกต.แต่ละคน และทุกคนต้องรับผิดชอบต่อคำวินิจฉัยของตนเอง

นายสิทธิโชติ ยังยืนยันว่า การพิจารณาสำนวนคดีฮั้วสว.ยังเป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่มีการล่าช้า กกต.ทยอยพิจารณาแยกเป็นรายข้อหาโดยข้อหาแรกใช้เวลาพิจารณาและพูดคุยกันมาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนเต็ม จากนั้นจึงทยอยพิจารณาข้อหาจนกระทั่งถึงข้อหาที่ 7 ซึ่งถือเป็นข้อหาชุดสุดท้ายโดยผู้ถูกกล่าวหาแต่ละบุคคลอาจถูกร้องเรียนและเชื่อมโยงในหลายข้อหาที่แตกต่างกัน บางคนอาจโดนหลายข้อหา หรือเพียงข้อหาเดียว ซึ่งกกต. จำเป็นต้องพิจารณาแยกแยะในรายละเอียดของแต่ละข้อหา ก่อนจะนำมาประมวลภาพรวมทั้งหมดร่วมกัน โดยหลังจากประชุมพิจารณาข้อหาชุดสุดท้ายแล้วเสร็จจะมีการเว้นช่องว่างอาจประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้กกต.แต่ละท่านได้นำข้อมูล พยานหลักฐาน และเหตุผลข้อโต้แย้งทั้งหมดไปพินิจวิเคราะห์ ตกผลึกทางความคิด และสรุปภาพรวมทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะกลับมาร่วมประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยเรียงรายบุคคลต่อไป

" การพิจารณาความผิดมี 2 ระดับ คือ โทษทางอาญา และกรณีหลักฐานยังไม่ถึงขั้นอาญา แต่เชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม ซึ่งสามารถส่งศาลฎีกาได้ โดยกรรมการแต่ละคนอาจมีความเห็นเบื้องต้นระหว่างพิจารณาแต่ละข้อหาแล้ว แต่เมื่อเห็นพยานหลักฐานครบทุกด้าน ความเห็นอาจเปลี่ยนแปลงได้ และสุดท้ายต้องมีเหตุผลรองรับมติอย่างชัดเจน"

ส่วนกรณีกล่าวอ้างว่าในคดีฮั้วสว.มีแกนนำพรรครัฐบาลเกี่ยวข้อง นายสิทธิโชติระบุว่า ขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างจากพยานบุคคล ยังต้องมีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะหากส่งเรื่องให้ศาลโดยมีเพียงคำกล่าวอ้าง อาจไม่เพียงพอให้ศาลรับฟังได้