ศูนย์ข่าวขอนแก่น-รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรมพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพาพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามนำโฉนดที่ดินสร้างวัดฉบับจริงไปแสดงต่อเจ้าพนักงานเพื่อขอรับโอนโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด หลังฝ่ายทายาทนายเฮียงผู้บริจาคอ้างสิทธิในโฉนด ด้านที่ดินจังหวัดเผยจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่ดินให้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้(14ส.ค.)เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น นำขบวนรถของวัดป่าอดุลยาราม ที่มี พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ดร.ประยุทธ์ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักพระพุทธศาสนา พร้อมนางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เดินทางด้วยรถของวัดไปยังทสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อนำโฉนดที่ดินฉบับจริงเป็นหลักฐานในการขอรับโอนโฉนดที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิของวัดป่าอดุลยราม
เป็นการเปลี่ยนกรรมสิทธิการถือครองจากเจ้าของเดิม คือนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นของวัดป่าอดุลยาราม โดยเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงที่เก็บไว้ภายในกระเป๋าออกมาแสดงให้กับผู้สื่อข่าวได้ดู ก่อนที่นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น จะตรวจสอบโฉนดที่ดินดังกล่าวอย่างละเอียด พร้อมยืนยันว่าเป็นโฉนดที่ดิน โฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่กว่า 21 ไร่ หลังตรวจสอบเสร็จได้ให้ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามลงนามในเอกสารในการดำเนินการ ขอรับโอนโฉนดที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยรามอย่างสมบูรณ์
นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การได้มาของกรรมสิทธิที่ดินของวัดป่าอดุลยารามผืนนี้ ต่อไปก็เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายหลังจากที่ทางเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำโฉนดที่ดิน โฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่กว่า 21 ไร่ มาตรวจสอบและยืนยันได้แล้วว่าเป็นฉบับจริง โดยเป็นชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยการได้มาซึ่งโดยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายอื่น แต่การเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิเจ้าหนักงานที่ดิน ก็จะต้องมีการโอนตามกฎหมายให้ถูกต้อง แม้ศาลได้มีการตัดสินให้เป็นที่ของวัดแล้วก็ตาม
แต่ขั้นตอนต่อไปนั้นก็จะต้องทำตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 ทำให้ในวันนี้ไม่สามารถโอนเจ้าของที่ดินวัด จากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นของวัดได้ เพราะต้องดำเนินการตามมาตรา 84 ให้ครบถ้วน ในปัจจุบัน ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตร 84 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับมอบอำนาจแทน แต่ก็จะมีระเบียนของกรมที่ดินปี 2553 ในขั้นตอนการปฏิบัติที่มีรายละเอียด
เช่นการตรวจสอบรายละเอียดของวัด แผนผัง ทรัพย์สิน กุฏิวัด ว่าตั้งอยู่บริเวณใดในพื้นที่วัด จากนั้นจะมีการส่งเรื่องไปยังที่ว่าการอำเภอเพื่อจะได้ไปตรวจสอบ ว่ามีผลกระทบอะไรกับชุมชนที่อยู่ติดวัดหรือไม่ หรือมีความเหมาะสมกับชุมชนหรือไม่ตามหนังสือ ของกระทรวงมหาดไทย จะได้มีการรวบรวมเอกสารทั้งหมดก่อนส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ตามขั้นตอนต่อไป จะเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จให้เร็วที่สุด
ด้านพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ทวงที่ดินวัด จนได้มีการขึ้นฟังคำพิพากษา ทางฝายโจทย์ที่มีนางดารินี เป็นคนยื่นฟ้อง ก็ไม่เคยคุยกันโดยตรง กับไม่ให้ ผู้ที่ติดตามฟังคำพิพากษาที่มาด้วยจำนวนมาก ไม่พูดคุยไม่สื่อสารกับทางวัดแม้แต่คำเดียว ซึ่งทางหลวงพ่ออยากจะพูดคุยมาโดยตลอด เพื่อจะหาทางออกที่ดีในเรื่องนี้
“แต่ทางฝ่ายยื่นฟ้องเขากลับเงียบ เหมือนกับไม่อยากให้หลวงพ่อรู้ว่าจะทำอะไร จะปกปิดเป็นความลับมาโดยตลอด พร้อมอยากบอกไปยังป้าดาว่า ให้รักษาอารมณ์ รักษาคำพูด ไม่พูดโดยการใช้อารมณ์ พูดช้าๆก็ได้”เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามกล่าวทิ้งท้าย

