xs
xsm
sm
md
lg

ส่อง..ฉ่วย(ชเว)โก๊กโก่-เคเคปาร์ค สิ้นสภาพศูนย์สแกมเมอร์เมียวดี?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เคเคปาร์ค
แม่สอด/เมียวดี – สแกนส่อง “ฉ่วย(ชเว)โก๊กโก-เคเคปาร์ค” ศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์-รังสแกมเมอร์ เมียวดี เมียนมา ตรงข้ามแม่สอด ตาก ที่เคยอื้อฉาวไปทั่วโลก..ล่าสุดพบหนึ่งนั้นถูกวางบึ้ม-ทุบทำลายตึกทิ้งแล้วเกือบ 700 แห่ง-แปรสภาพเป็นเมืองปิดเหมือนค่ายทหาร อีกหนึ่งยังเป็นเมืองเปิด แม้ BGF-ทางการพม่า การันตีสิ้นสภาพแหล่งอาชญากรไซเบอร์แล้ว แต่ล่าสุดยังพบโปรแกรมเมอร์-นักพัฒนาแอปฯ ลอบเข้าเมืองมุ่งหน้าลงตาก

สภาพอาคารในเชวโก๊กโก่ บางส่วนที่ถูกทำลาย
ตั้งแต่ปี 2560..พื้นที่ชายแดนเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ตรงข้ามแม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังปกป้องชายแดน (BGF) ชาวกะเหรี่ยง ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเขตประกอบการธุรกิจอาชญากรรมไซเบอร์ที่เป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติ ทั้งขบวนการหลอกลวงออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์

กระทั่งถูกรัฐบาลจีนกดดัน-ส่ง “หลิว จงอี้ (Liu Zhongyi) ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน” ซึ่งถือเป็นมือปราบระดับพระกาฬที่เป็นหัวหอกสำคัญในการนำทีมตำรวจจีน ลงพื้นที่ทั้งชายแดนแม่สอด จ.ตาก ข้ามแดนเข้าเมียวดี รวมทั้งบินเข้าเนปิดอว์ ศูนย์กลางอำนาจของเมียนมา พร้อมกับประสานกับรัฐบาลไทย

จนรัฐบาลทหารเมียนมาร่วมกับ BGF เจ้าของพื้นที่ ต้องร่วมเปิดปฏิบัติการทลายศูนย์กลางอาชญากรรมออนไลน์ในพื้นที่อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ทำให้ชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งเมียวดีที่มีแม่น้ำเมยเป็นเส้นเขตแดน ตั้งแต่ใต้สุดตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ อ.แม่สอด ไปถึง ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก เกิดการเปลี่ยนแปลง

บางพื้นที่ถูกทำลายและปรับให้มีความแตกต่างจากเดิมชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ และบางพื้นที่กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ไม่เอื้อต่ออาชญากรรมไซเบอร์อีกต่อไป

เคเคปาร์ค
อย่าง "เคเคปาร์ค" หนึ่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในรัฐกะเหรี่ยง ตั้งอยู่ตรงกันข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง เดิมเป็นเมืองแห่งตึกสูงที่ "ว่าน ก๊วก คอย" อดีตหัวหน้าแก๊ง 14 เค ร่วมกับผู้นำ BGF นำนักธุรกิจต่างชาติเข้าไปลงทุนในนามกลุ่ม “ตงเหมยกรุ๊ป” วาดภาพจะพัฒนาให้เป็นเซินเจิ้นแห่งตะวันออกเฉียงใต้

แต่ตึกอาคารเหล่านี้กลับกลายเป็นถิ่นอาศัยและประกอบธุรกิจของอาชญากรไซเบอร์ หลอกลวงผู้คนจากทั่วโลกให้ไปทำงานหลอกคนในชาติของตัวเอง

ปัจจุบันตึกในเคเคปาร์คถูกระเบิดพังเสียหาย อาคารสุดท้ายถูกระเบิดพังลงเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา รวมๆ แล้วมีอาคารที่เคยถูกใช้งานเป็นสำนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ ถูกทำลายไม่ต่ำกว่า 635 แห่ง แต่ยังคงเหลืออาคารหลักและรอบนอกที่มีการขนย้ายเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ออกไปก่อนมีการเปิดปฏิบัติการปราบปราม

เดิม “เคเคปาร์ค” มีชาวต่างชาติอาศัยและทำธุรกิจเถื่อน รวมกันไม่ต่ำกว่า 3,000-5,000 คน เมื่อรวมกับคนพื้นที่ และธุรกิจต่อเนื่อง ทำให้คาดว่ามีไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นคน แต่เมื่อถูกปราบปรามทำลาย ทำให้ประชากรชาวต่างชาติภายในกลายเป็นศูนย์

ชาวต่างชาติที่รู้ทันว่าจะมีการปราบปรามและทำลายตึกในปี 2568 ได้พากันขนย้ายข้าวของอุปกรณ์หลบหนีไปยังเมืองเมียวดีและ/หรือย่างกุ้ง ตลอดจนหัวเมืองที่อยู่ลึกจากชายแดนเข้าไป คนที่รู้ช้าพากันกระโดดว่ายข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งไทยไม่ต่ำกว่า 1,500 คน ที่เหลือถูกทหารเมียนมาจับกุมตัว

ปัจจุบัน พลจัตวาติ่น วิน ผบ.พล.ควบคุมพื้นที่ 2 ดูแลเขตนี้ร่วมกับทหารกองทัพเมียนมา มีการสั่งห้ามคนนอกเข้าออกเคเคปาร์คอย่างเด็ดขาด พร้อมแปลงสภาพมาเป็นเมืองทหาร อาคารบางส่วนถูกปรับให้เป็นกองบัญชาการ และจำนวนมากถูกปรับให้เป็นที่พักร้อนของทหารเมียนมาที่ออกไปปฏิบัติภารกิจในรัฐกะเหรี่ยง

“เคเคปาร์ค ในวันนี้..จึงไม่ต่างจากค่ายทหารที่คนนอกแทบไม่อาจเข้าไปรับรู้ได้

สภาพอาคารในเชวโก๊กโก่ บางส่วนที่ถูกทำลาย
ขณะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชเวโก๊กโก่ หรือโครงการหย่าไท่ชเวโก๊กโก่ ตรงกันข้าม อ.แม่สอด กลับมีสภาพที่แตกต่าง..หลังจากมีการทำลายตึกไปจำนวน 77 แห่งที่เป็นเป้าหมายแล้ว ทางการเมียนมาและ BGF ยังคงให้เป็นเมืองเปิด ให้ผู้คนเข้าไปประกอบธุรกิจได้ตามปกติยกเว้นธุรกิจคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์

ขณะที่ พล.ต.หม่องชิต ตู่ ยังคงมีอิทธิพลในเขตนี้ ภายใต้การดูแลของ พ.ต.เต่ง วิน รอง ผบ.พัน.BGF ที่ว่ากันว่ามีความสนิทสนมกับอดีตผู้นำกองทัพเมียนมาคือ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาคนปัจจุบัน

สาเหตุที่ชเวโก๊กโก่ ยังคงเป็นเมืองเปิดทางธุรกิจแม้จะถูกปราบปรามพร้อมๆ กันกับเคเคปาร์ค อาจเป็นเพราะการจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษมีการขออนุญาตไปยังคณะกรรมการการลงทุนของรัฐบาลกลางเมียนมาอย่างถูกต้อง แตกต่างจากเคเคปาร์คที่เปิดกันเอง โดยรัฐบาลกลางไม่รับรู้ด้วย ปัจจุบันจึงพบเห็นแรงงานชาวเมียนมาเข้าไปก่อสร้างตึกอาคารบางแห่งในชเวโก๊กโก่ มีการประกอบธุรกิจส่วนใหญ่โดยชาวจีนที่ถือสัญชาติเมียนมาและทำธุรกิจที่อิงกฎหมายอยู่

สภาพอาคารในเชวโก๊กโก่ บางส่วนที่ถูกทำลาย
กระนั้นสังคมโลกยังคงไม่ลืมว่า ครั้งหนึ่งเมื่อประมาณปี 2564 "ชเวโก๊กโก่" เคยเป็นพื้นที่ที่กลุ่มทุนจีน "หย่าไท่" เข้าไปลงทุนบนเนื้อที่กว่า 120,000,000 ตารางเมตร เนรมิตหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากตัวเมืองเมียวดีประมาณ 25 กิโลเมตร ที่เคยเป็นตลาดค้าขายวัวให้กลายเป็นเมืองที่คึกคัก วาดแผนพัฒนาพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรือง แต่กลับมีอาชญากรข้ามชาติเข้าใช้เป็นศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ ล่อลวงทั้งคนไทยและต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนให้เข้าไปทำงานหลอกลวง มีการกักขัง ลงโทษ ทรมาน และหลายคนถูกทำร้ายจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ที่โด่งดังไปทั่วโลกคือการที่มีดาราชายชาวจีนชื่อดัง "หวังชิง" หรือ "ชิงชิง" ถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกให้เดินทางผ่านประเทศไทยและลักพาตัวไปยังเมืองเมียวดี โชคดีที่เกิดเป็นข่าวใหญ่โตทางการไทยจึงประสานไปยังกองกำลังในประเทศเพื่อนบ้านให้ส่งตัวกลับมาได้ ปัจจุบันชเวโก๊กโก่มีอาคารบ้านเรือน ร้านค้า โรงแรม พื้นที่ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม การพาณิชย์ ฯลฯ

ความคึกคักของทั้งเคเคปาร์ค-ชเวโก๊กโก่ ไม่เหมือนอดีตอีกต่อไป ทั้งบริบทในการใช้พื้นที่และความเป็นอยู่ แต่ครั้งหนึ่งโลกเคยจดจำว่าทั้ง 2 จุดนี้เป็นดินแดนแห่งอาชญากรรมไซเบอร์ ที่มีชื่อเสียงในทางลบไปทั่วโลก


อย่างไรก็ตาม..วันนี้ใช่ว่าชายแดนเมียวดี ตรงข้ามแม่สอด จ.ตาก จะหลุดจากพื้นที่ที่ต้องเฝ้าจับตา เพราะล่าสุดเมื่อ 10 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ตำรวจทางหลวง กก.5 บก.ทล.-ตร.บก.ปคม.ได้สกัดจับเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน ขต-9862 เชียงราย ขณะขับผ่านจุดตรวจ บริเวณทางหลวงหมายเลข 1 กม.678 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง

พบ นายธวัชชัย อายุ 45 ปี เป็นคนขับ ภายในรถมีชายชาวจีน 5 คน ได้แก่ Qin Hao อายุ 27 ปี, Liang Hui อายุ 26 ปี, Lei Luo Yang อายุ 24 ปี, Chen Song อายุ 25 ปี และ Chen Song อายุ 25 ปี พร้อม Lei Tao อายุ 25 ปี โดยทั้งหมดไม่มีเอกสารตัวตนมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

คนขับรถให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายที่เรียกว่า “นายเจ” ให้ขับรถรับชาวจีนจาก จ.เชียงราย ไปส่งที่ จ.ตาก โดยตกลงค่าจ้าง 20,000 บาท และระหว่างทางจะมีรถอีกคันขับนำหน้าเพื่อคอยแจ้งเตือนว่ามีด่านตรวจหรือไม่


ขณะที่ชาวจีนทั้ง 5 ให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ หลังได้รับการติดต่อจากนายหน้าชาวจีน ที่อ้างว่าจะพาไปทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และการพัฒนาแอปพลิเคชัน โดยเสนอค่าตอบแทนประมาณเดือนละ 20,000 หยวน หรือราว 100,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา