บุรีรัมย์- โจรถังแก๊ส ระบาดหนักที่บุรีรัมย์ ขี่ จยย.ตระเวนลักขโมยถังแก๊สทั้งถังใหญ่และแบบปิกนิกตามบ้านเรือน สร้างความเดือดร้อนซ้ำเติม ปชช.ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองหาเงินลำบาก จากข้อมูลพบภายในเดือนมีชาวบ้านถูกขโมยถังแก๊สรวม 5 รายคนร้ายยังลอยนวล ชาวบ้านต้องอยู่แบบหวาดระแวง หวั่นก่อเหตุซ้ำ
วันนี้ (14 ส.ค.69) ชาวบ้านหลายหมู่บ้านในตำบลสวายจีก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง หลังจากมีคนร้ายซึ่งชาวบ้านให้ฉายาว่า “โจรถังแก๊ส” ขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนก่อเหตุลักขโมยถังแก๊สหุงต้ม ทั้งขนาด 15 กิโลกรัม และถังปิกนิกน้ำหนัก 4 กิโลกรัม ตามบ้านเรือนประชาชนภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนถูกขโมยไปแล้ว 5 ราย สร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง หาเงินยากลำบาก ล่าสุดได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปขโมยถังแก๊สปิกนิกของแม่ค้าขนมไทย ในหมู่บ้านโคกเปราะ ต.สวายจีก อ.เมือง ตอนเช้ามืด ของวันที่ 12 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุได้อย่างชัดเจน
ชาวบ้านจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าหากยังจับตัวไม่ได้ คนร้ายอาจย่ามใจและอาจจะก่อเหตุลักทรัพย์ประเภทอื่น หรืออาจจะกลับมาก่อเหตุซ้ำในพื้นที่เดิม ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมอีก ซึ่งราคาถังแก๊งหุงต้มน้ำหนัก 15 กิโลกรัม ซื้อใหม่ตกถังละ 2,700 – 3,000 บาท ส่วนถังปิกนิกถังละประมาณ 1,500 บาท
น.ส.ชนมน อายุ 42 ปี แม่ค้าขนมไทย ผู้เสียหายรายล่าสุดที่ถูก คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ได้ลักขโมยถังแก๊สปิกนิก เล่าว่า ช่วงประมาณ 05.46 น. วันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ซึ่งตอนนั้นก็พักผ่อนในบ้านอยู่ แต่พอพ่อตื่นมาไม่เห็นถังแก๊สปิกนิกที่ตั้งไว้ข้างบ้าน จึงบอกให้เปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบมีคนร้าย เป็นชายขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกมาจอดริมถนนหน้าบ้าน ทำทีดูโทรศัพท์สักพักแล้วก็เดินลงมายกถังแก๊สปิกนิกแล้วขับรถหลบหนีไป
หลังจากนั้นนำภาพไปโพสต์เตือนภัย แล้วมีคนในโซเชียลฯแจ้งเบาะแส พร้อมบอกว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกัน ก่อเหตุลักขโมยถังแก๊สของชาวบ้านหมู่บ้านใกล้เคียงกันไปประมาณ 4 หลัง ของตนน่าจะเป็นรายที่ 5 จึงได้นำหลักฐานไปแจ้งตำรวจ ให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะคาดว่าน่าจะก่อเหตุขโมยถังแก๊สบ่อย จนชาวบ้านตั้งฉายาว่าโจรถังแก๊ส
อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี จะได้ไม่ไปก่อเหตุลักขโมยสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก ส่วนชาวบ้านเองก็จะเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินของตัวเอง ให้รอบคอบมากขึ้นเช่นกัน

