xs
xsm
sm
md
lg

เสียเชิงครั้งใหญ่! แฉ US หลงเชื่อข่าวกรองไม่น่าเชื่อถืออิสราเอล พา 'ทรัมป์' ซุกรถขนอาหารเปลี่ยนเครื่องบิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พวกเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ มีความเคลือบแคลงใจเกี่ยวกับคำขู่ลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยอิหร่าน ที่ได้รับการถ่ายทอดจากอิสราเอล โดยมองว่ามีความน่าเชื่อถือต่ำ อย่างไรก็ตามมันกระตุ้นให้เกิดปฏิบัติการลับสุดยอด ที่พบเห็นผู้นำอเมริกาเข้าไปซุกตัวในรถเข็น เพื่อเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินทหาร ในการบินออกจากตุรกีอย่างลับๆ ตามรายงานของวอชิงตันโพสต์ในวันพุธ(12ส.ค.)

วอชิงตันโพสต์อ้างเจ้าหน้าที่อเมริกาทั้งในอดีตและปัจจุบันที่มีความใกล้ชิดกับข่าวกรอง เปิดเผยว่าพวกนักวิเคราะห์ของซีไออีไม่เห็นว่าข้อมูลที่อิสราเอลมอบให้นั้นมีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ และได้แจ้งข้อกังขาไปยังเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์

รายงานของวอชิงตันโพสต์ระบุว่าเจ้าหน้าที่รายหนึ่งให้คำจำกัดความรายงานข่าวกรองดังกล่าวว่า "มีต้นกำเนิดจากอิสราเอล ไม่ได้มีต้นทางจากสหรัฐฯ และมองมันว่ามีความน่าเชื่อถือต่ำ"

อย่างไรก็ตามแม้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข่าวกรองอิสราเอล ทรัมป์ถูกย้ายอย่างลับๆจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า ไปยังเครื่องบินอีกลำ C-32A ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในการเดินทางออกจากกรุงอังการา เมืองหลวงตุรกี ครั้งเสร็จสิ้นการประชุมซัมมิตนาโต ในวันที่ 8 กรกฏาคม หลังมีความกังวลโผล่ขึ้นมา ว่าเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ โบอิ้ง 747-8 ที่เพิ่งได้รับมอบเป็นของขวัญจากกาตาร์ มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่

เบื้องต้น ทรัมป์ ใช้เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ได้รับการบริจาคจากกาตาร์และเพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ สำหรับบินไปร่วมประชุมซัมมิตนาโตในกรุงอังการา แต่กลับแจ้งอออกมาอย่างไม่คาดคิด ว่าเขาจะใช้เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า ตอนที่เดินทางออกจากตุรกี ความเคลื่อนไหวที่ก่อคำถามต่างๆนานาเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของเครื่องบินลำใหม่ ทว่าสุดท้ายแล้วเขาเลือกใช้เครื่องบินกองทัพสหรัฐฯ บินออกจากเมืองหลวงของตุรกีแทน

รายงานข่าวระบุว่า ทรัมป์ ถูกย้ายจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าไปยังเครื่องบินทหาร C-32A ผ่านการซุกตัวในรถบรรทุกลำเลียงอาหารและเครื่องดื่มของสนามบิน จากนั้นเขาและคณะผู้ช่วยกลุ่มเล็กๆได้บินไปยังฐานทัพอากาศมิลเดนฮอลล์ของสหราชอาณาจักร โดยระหว่างนั้นเครื่องบินลำนี้ได้รับการอารักขาจากฝูงบินขับไล่ F-16

ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามโดยตรงเกี่ยวกับคำประเมินข่าวกรอง โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายหนึ่งบอกเพียงว่าประธานาธิบดีเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆนานา ในนั้นรวมถึงจากอิหร่าน และต้องใช้ทุกมาตรการทั้งหมดที่จำเป็นในการปกป้องผู้นำรายนี้

ซีไอเอปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวล่าสุด ส่วนสถานทูตอิสราเอลประจำวอชิงตัน ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ แม้วอชิงตันโพสต์ติดต่อสอบถามขอรายละเอียดเกี่ยวกับข่าวกรองดังกล่าว

แม้มีข้อสงสัยต่างๆนานาเกี่ยวกับข่าวกรองที่ได้รับถ่ายทอดจากอิสราเอล แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกว่าในท้ายที่สุดแล้ว หน่วยงานลับของอเมริกาตัดสินใจว่า สืบเนื่องจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นนั้น จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเป็นพิเศษ

ส่วนตัวของทรัมป์เอง ออกมากล่าวในวันอังคาร(11ส.ค.) ชี้แจงว่าการเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินอีกลำ เป็นการตัดสินใจของหน่วยงานลับ "มันขึ้นอยู่กับหน่วยงานลับอย่างแท้จริง ผมก็แค่ทำตามในสิ่งที่พวกเขาอยากทำ" ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าว ตามรายงานของวอชิงตันโพสต์ "พวกเขาอยากให้ผมไปเที่ยวบินอื่น เครื่องบินลำอื่่น ที่มีความปลอดภัยพอๆกัน ผมทำตามในสิ่งที่พวกเขาบอก"

รายงานข่าวนี้ก่อข้อสงสัยว่าทำไมอิสราเอลถึงแชร์ข่าวกรองดังกล่าวแก่วอชิงตัน ข้อมูลดังกล่าวมีเจตนาเพื่อเป็นเพียงการเตือนเท่านั้นจริงหรือไม่ หรืออาจมีเป้าหมายก่ออิทธิพลต่อนโยบายของสหรัฐฯ

วอชิงตันโพสต์รายงานอ้างความเห็นของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯทั้งในอดีตและปัจจุบัน เชื่อว่ารายงานข่าวกรองของอิสราเอลอาจมีเจตนาบางส่วนในการมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของทรัมป์ เช่นเดียวกับท่าทีของวอชิงตันในภูมิภาค

อิสราเอลมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงในภูมิภาคที่ร้ายแรงที่สุด ขณะเดียวกันพวกเขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับตุรกี รวมไปถึงกรณีที่ ทรัมป์ และประธานาธิบดีเรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน แห่งตุรกี มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

"มันสอดคล้องกับรูปแบบโดยรวมของรายงานข่าวกรองอิสราเอล ที่เจ้าหน้าที่บางส่วนมองว่าถูกออกแบบมาเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการตัดสินใจของประธานาธิบดี พอๆกับการให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ" อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรายหนึ่งที่มีความคุ้นเคยกับประเด็นนี้ให้สัมภาษณ์กับวอชิงตันโพสต์

รายงานข่าวระบุว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรฐฯ ได้รับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับข่าวกรองของอิสราเอลและแผนปฏิบัติการของหน่วยงานลับ แต่กระนั้น รูบิโอ ก็ยังตัดสินใจขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าอยู่ดี

(ที่มา:วอชิงตันโพสต์/อัลมายาดีน)