ทนายความเผย ศาลอาญา ยกฟ้องจำเลย 17 ราย คดีแชร์ Forex-3D เพราะพยานหลักฐานไม่ชัดเจน เป็นเพียงครอบครัว-นักลงทุน ไม่ใช่ผู้บริหาร ปล่อยตัวจากเรือนจำคืนวันนี้
วันนี้ (13 ส.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 806 ภายหลัศาลพิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ Forex3D หมายเลขดำอ853/2564 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหารบริษัท รวมทั้งน.ส.สาวิกา ไชยเดชหรือพิ้งกี้ นักแสดงชื่อดัง นางสรินยา ไชยเดช มารดา นายกิตติเชษฐ์ หรือสรายุทธ ไชยเดช พี่ชาย กับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาในคดีฉ้อโกงลงทุน Forex-3D นานกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งคดีนี้มีจำเลยทั้งหมด 24 ราย โดยศาลพิพากษาให้นายอภิรักษ์ โกฎธิ จำเลยที่ 1จำเลยที่ 5 จำเลยที่ 9 จำเลยที่ 11 และจำเลยที่ 21 รวม 5 ราย จำคุกคนละ 49,110 ปี พร้อมให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายคืนเงินให้ผู้เสียหายตามจริงพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 และปรับจำเลยที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นนิติบุคคล รายละ4,911 ล้านบาท
ส่วนจำเลยอีก 17 คน รวมน.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ “พิ้งกี้” และแม่รวมถึงพี่ชาย ศาลพิพากษายกฟ้อง
นายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความของบิดา มารดา และน้องชายของนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ก่อตั้ง Forex-3D เปิดเผยว่า คดีนี้ใช้เวลาสืบพยานนานประมาณ 5 ปี และถือเป็นการอ่านคำพิพากษาที่ใช้เวลานานที่สุดในชีวิตการทำงานของตน ซึ่งศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายอภิรักษ์ รวมถึงจำเลยรายที่ 5, 9, 11 และ 21 โดยสั่งจำคุกคนละ 49,110 ปี แต่สั่งจำคุกสูงสุดได้อยู่ที่ 20 ปีตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่จำเลยที่เหลือศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยสรุปมีจำเลยทั้งหมด 24 ราย ศาลลงโทษ 7 ราย และยกฟ้อง 17 คน
สำหรับกลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ Forex-3D ทั้งในส่วนของเส้นทางการเงิน การโฆษณา และการดำเนินธุรกิจ ขณะที่กลุ่มที่ศาลยกฟ้อง ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทหรือบุคคลในครอบครัว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ พร้อมยกตัวอย่างกรณีบิดา มารดา และน้องชายของนายอภิรักษ์ ซึ่งตนเป็นทนายความให้ ศาลยกฟ้องเนื่องจากเป็นเพียงบุคคลในครอบครัว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจของนายอภิรักษ์
ส่วนกรณีของน.ส.สาวิกา ศาลยกฟ้องเนื่องจากเป็นเพียงนักลงทุน ไม่ได้มีส่วนร่วมในการประกอบกิจการ ขณะที่มารดาของน.ส.สาวิกาก็มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน คือเป็นเพียงนักลงทุน ส่วนพี่ชายพิ้งกี้เป็นเพียงผู้มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่จดทะเบียนไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านั้น และไม่ได้เข้าร่วมบริหารบริษัท
ด้านนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของพี่ชายน.ส.สาวิกา เปิดเผยถึงแนวทางการต่อสู้คดีว่า ได้ต่อสู้บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โดยพี่ชายน.ส.สาวิกาอยู่ในฐานะกรรมการบริษัท และรู้จักกับนายอภิรักษ์ ก่อนจะร่วมกันจัดตั้งบริษัทในช่วงแรก ซึ่งเดิมมีวัตถุประสงค์ที่จะทำธุรกิจด้านขนส่ง ไม่ได้ตั้งใจทำธุรกิจ Forex-3D
ต่อมานายอภิรักษ์ได้ดำเนินการเกี่ยวกับบริษัทเอง ทั้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการ ตราประทับ และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ จนกระทั่งพี่ชายน.ส.สาวิกาเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงทราบว่านายอภิรักษ์ดำเนินธุรกิจดังกล่าว และเข้าไปรับรู้เพียงเท่านั้น แต่ไม่ได้เข้าร่วมบริหารหรือร่วมดำเนินธุรกิจ
ด้านนายพิสิษฐ์ ยังกล่าวถึงเหตุผลที่ศาลยกฟ้องว่า ในคดีระบบกล่าวหา ฝ่ายจำเลยจำเป็นต้องนำเสนอข้อเท็จจริงผ่านการถามค้านพยาน เพื่อให้ศาลเห็นว่าข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนและคำเบิกความของพยานโจทก์มีข้อเท็จจริงส่วนใดที่ไม่ถูกต้อง และยืนยันว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด โดยคดีนี้มีทนายความหลายทีมที่แยกกันต่อสู้คดีให้กับจำเลยแต่ละกลุ่ม
ส่วนเหตุผลที่ศาลพิพากษาลงโทษนายอภิรักษ์ นายพิสิษฐ์ ระบุว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีความชัดเจนว่านายอภิรักษ์กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ทั้งในส่วนการชักชวน การฉ้อโกงประชาชน และการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ขณะที่จำเลยที่ศาลยกฟ้อง ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้งเพียงพอว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามที่กล่าวหา
สำหรับการอุทธรณ์ นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่ากลุ่มจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุกจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ เนื่องจากเป็นทนายของกลุ่มจำเลยที่ศาลพิพากษายกฟ้อง
ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ สำหรับผู้ที่ได้รับการยกฟ้อง นายวรยุทธ ระบุว่า ในส่วนของพี่ชายน.ส.สาวิกาจะเข้าสู่กระบวนการปล่อยตัว โดยศาลจะออกหมายปล่อย และดำเนินการตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวในช่วงประมาณ 20.00 น.
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า คำพิพากษามีรายละเอียดชัดเจน และมองว่าศาลให้ความยุติธรรมกับจำเลย ซึ่งในวันนี้ไม่ทราบว่ามีผู้เสียหายเข้ารับฟังคำพิพากษาหรือไม่ เนื่องจากห้องพิจารณาคดีมีพื้นที่จำกัด โดยผู้ที่มาส่วนใหญ่เป็นญาติของจำเลย เนื่องจากคดีนี้จำเลยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัวและต้องใช้เวลาต่อสู้คดีนานถึง 5 ปี
ทั้งนี้ นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาขั้นตอนสืบพยานไม่เคยพบผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนหรือเรียกร้องต่อกลุ่มจำเลยที่ศาลยกฟ้อง และจำเลยกลุ่มดังกล่าวไม่เคยรู้จักหรือพบกับผู้เสียหายมาก่อน

