วงการกีฬาปืนเดือดร้อนหนัก หลัง "นายกฯอนุทิน" ประกาศคุมเข้มอาวุธปืน ยอมรับมืดแปดด้าน ไม่รู้จะบริหารจัดการยังไงต่อไป ทั้งเรื่องส่งแข่ง การสร้างนักกีฬา และการจัดแข่ง "บิ๊กหม่อง" ชี้ อาจส่งแข่งไม่ได้เลย ทั้งโอลิมปิก-เอเชียนเกมส์-ซีเกมส์ รวมถึงศึกชิงแชมป์ประเทศไทยและรายการนานาชาติที่จะมีนักกีฬายิงปืนต่างชาติมาร่วมแข่งขัน เหตุพกปืนไปแข่งไม่ได้ วอนนายกรัฐมนตรี ช่วยผ่อนผัน อนุญาตให้ใช้ในเชิงกีฬาไม่อย่างนั้นเสียหายหนัก
หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้มีการคุมเข้มการใช้อาวุธปืน โดยเตรียมห้ามนำออกจากบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมยืนยันว่า แม้แต่นักกีฬาก็ไม่มีผ่อนผัน ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อประเภทกีฬาที่ต้องใช้อาวุธปืนเป็นอุปกรณ์ และการดำเนินงานของสมาคมกีฬายิงปีนทั้ง 3 สมาคม อันได้แก่ สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย
ล่าสุด นายยุทธนา ผาณิตพิเชฐวงศ์ นายกสมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา เลขาธิการสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ บ้านอัมพวัน เมื่้อวันที่ 13 สิงหาคม 2569
นายชลิตรัตน์ กล่าวว่า หน้าที่หลักของทั้ง 3 สมาคม ที่มีอาวุธปืนเป็นอุปกรณ์ก็เพื่อความเป็นเลิศในมหกรรมกีฬาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิกเกมส์, เอเชียนเกมส์, ซีเกมส์ และรายการชิงแชมป์โลก ขณะเดียวกันก็มีภารกิจอื่นๆเช่น สร้างนักกีฬา ซึ่งต้องสร้างตั้งแต่เป็นเยาวชน, การส่งแข่งขัน, การอบรมผู้ฝึกสอน และการจัดแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ที่ต้องทำทุกปี ซึ่งบางสมาคมฯเป็นการชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนี่ยังไม่รวมกีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ด้วย
การคุมเข้มครั้งนี้ ทำให้มีปัญหาคือ นักกีฬาจะมาร่วมแข่งได้อย่างไร เพราะบางคนมาจากต่างจังหวัด ต้องเอาปืนขึ้นเครื่องบินมา ไม่ต้องพูดถึงการฝึกซ้อม ซึ่งแทบจะทำไม่ได้เลย ขณะที่ การจัดแข่งขัน และส่งแข่งขัน แต่ละสมาคมยิงปืนฯ ก็ต้องวางแผน และมีปฎิทินล่วงหน้าเป็นปี ต้องติดต่อสมาพันธ์กีฬานานาชาติ เพื่อขอขอจัดแข่งขัน ซึ่งก็จะทำให้มีนักกีฬาต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทย ถ้ามีการจำกัดการพากปืน แล้วนักกีฬาต่างชาติจะมาแข่งได้อย่างไร เขาจะปืนของเขามาเข้าประเทศได้อย่างไร
ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนกันยายนนี้ สมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธฯ จะมีการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย "Kings cup 2026" ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่มีนักกีฬาต่างชาติมาแข่งมากกว่า 100 คน นักกีฬาไทยอีก 200 คน โดยพวกเขาได้จองตั๋วเครื่องบิน, จองโรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันหมดแล้ว นักกีฬาก็เลยมาถามสมาคมว่า จะเอาปืนมาแข่งอย่างไร และใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไปแล้ว
ในเดือนกันยายน ยังจะต้องมีนักกีฬาทีมชาติไทย เดินทางไปแข่งขันยิงปืนลูกซองรณยุทธชิงแชมป์โลก ที่ประเทศกรีซ ซึ่งได้จองตั๋วไปหมดแล้ว จ่ายค่าใช้จ่ายไปแล้ว และยังต้องซ้อมต่อเนื่อง แล้วนี่จะซ้อมกันอย่างไร โดยแต่ละสมาคมยิงปืน ต่างก็มีนักกีฬาอันดับต้นๆของโลกอยู่ เช่นของสมาคมยิงปืนรณยุทธฯ ก็มีแชมป์โลก เยาวชน อายุ 18 ปี และมีอันดับ 2 โลก และ ท็อป 5 ของโลกในหลายดิวิชั่นปืน ซึ่งนักกีฬาเหล่านี้มีอุปกรณ์แข่งขันคืออาวุธปืน ที่ล้วนจัดหามาเอง ต้นทุนในการฝึกซ้อมส่วนใหญ่ก็จ่ายกันเอง
"บิ๊กหม่อง" ย้ำว่า วันนี้เราไม่ได้จะก้าวล่วงถึงนโยบายของรัฐบาล แต่สมาคมกีฬายิงปืนฯ ต้องขอความกรุณาจากท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดช่วยสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้อนุญาตในเรื่องกีฬายิงปืนตาม พรบ. การกีฬา ของสมาคมฯทั้ง 3 สมาคม เพื่อวัตถุประสงค์ของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และทำให้แต่ละสมาคมดำเนินการต่อไปได้
ขณะที่นายกสมาคมกีฬายิงเป้าบินฯ กล่าวว่า ในส่วนของยิงปืนเป้าบินฯ มีสนามหลักๆให้นักกีฬาฝึกซ้อมและแข่งขัน 3-4 สนาม นอกจากที่การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก กทม.แล้ว ก็ยังมีที่จใราชบุรี ที่เพิ่งจัดซีเกมส์ ครั้วที่ 33, ที่จ.เชียงใหม่, จ.ปทุมธานี และ ที่จ.กาญจนบุรี ซึ่งหลังจากทราบข่าวที่นายกรัฐมนตรีสั่งการมาเกี่ยวกับการนำพาอาวุธปืน ไม่เว้นแม้แต่นักกีฬานั้น ตนยอมรับว่าตกใจมาก เพราะถือว่า นักกีฬาที่ต้องใช้ปืนเป็นอุปกรณ์การแข่งขัน โดยเฉพาะนักกีฬาที่ได้รับการรับรองจากสมาคมกีฬาฯ ได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะนักกีฬาต้องนำพาปืนไปสนาม อย่างยิงเป้าบินฯ โดยใส่ไว้ท้ายรอด ถอดและจัดเก็บในกล่องล็อคอย่างดี ก็อยากจะขอร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนคำสั่งและพิจารณาอีกครั้ง สำหรับสมาคมกีฬาที่เป็นสากล ที่ยึดกฎระเบียบของสหพันธ์กีฬานานาชาติ เพื่อให้วงการกีฬาที่ใช้ปืนเป็นอุปกรณ์การแข่งขันได้พัฒนาอย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป

