แฉอดีตรัฐมนตรีบ้านใหญ่เปิดฉากเดือดกลางงานศพ ตบบ้องหูรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ปมไม่ช่วยหาเสียง ต่อหน้านักการเมือง-ผู้นำท้องถิ่น จับตาปมร้อน “การเมือง-ตำรวจ-อิทธิพลท้องถิ่น” กับบทพิสูจน์การบังคับใช้กฎหมาย
เกิดเหตุอื้อฉาวสะเทือนวงการการเมืองนครศรีธรรมราช หลังมีการกล่าวหาว่า “อดีตรัฐมนตรี” ซึ่งเป็นนักการเมืองบ้านใหญ่ในพื้นที่ ก่อเหตุตบศีรษะนายตำรวจระดับรองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ กลางงานศพ ต่อหน้านักการเมืองและผู้นำท้องถิ่นจำนวนมาก โดยมีการอ้างว่าสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่นายตำรวจรายดังกล่าวไม่ช่วยหาเสียง
ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าว อส.ตร. ซึ่งอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า เหตุเกิดภายในงานศพมารดาของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายหนึ่งใน ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีข้าราชการ นักการเมือง และบุคคลในพื้นที่เข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงอดีตรัฐมนตรีคนดังกล่าว ส.ส.ในพื้นที่ และนักการเมืองท้องถิ่น
แหล่งข่าวอ้างว่า ระหว่างงาน อดีตรัฐมนตรีได้มีปากเสียงกับ พ.ต.ท. ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ ก่อนสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น โดยอดีตรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าตบศีรษะนายตำรวจทั้งสองข้าง พร้อมต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำนองไม่พอใจที่นายตำรวจไม่ช่วยสนับสนุนการหาเสียง ทั้งยังกล่าวอ้างว่าเป็นผู้มีส่วนช่วยให้นายตำรวจรายดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าบุคคลหลายคน รวมถึงนายตำรวจระดับ พ.ต.ท. อีกรายที่นั่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ตามคำกล่าวอ้างของแหล่งข่าว ไม่มีผู้ใดเข้าระงับเหตุในทันที ขณะที่ภายหลังมีผู้พยายามให้นายตำรวจผู้เสียหายออกจากบริเวณงาน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
เหตุการณ์นี้ยิ่งถูกจับตา เนื่องจากมีข้อกล่าวหาถึง “อิทธิพลทางการเมือง” ในพื้นที่ และตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นอดีตนักการเมืองระดับชาติที่มีฐานการเมืองและเครือข่ายในจังหวัดมายาวนาน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มอบหมายรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลงพื้นที่ประชุมที่ สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อรับทราบและแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่ได้รับมอบหมายกับอดีตรัฐมนตรีผู้ถูกกล่าวหา พร้อมแสดงความกังวลว่าอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ขณะเดียวกันยังมีการนำเหตุการณ์ในอดีตที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัวการเมืองดังกล่าวกลับมาพูดถึง โดยอ้างว่าเคยเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับนักธุรกิจภายในงานบวชในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ ก่อนเรื่องจะเงียบหายไป อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
กรณีล่าสุดจึงไม่ใช่เพียงข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายนายตำรวจกลางงานศพเท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงคำถามใหญ่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง “อำนาจการเมือง–ตำรวจ–อิทธิพลท้องถิ่น” ว่าจะมีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่

