xs
xsm
sm
md
lg

เริ่มก้าวแรก ปฏิรูประบบราชการ ตรึงกำลังคน-ยุบหน่วยงาน ลดรายจ่ายประจำเหลือ 30%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลผ่าตัดใหญ่ระบบราชการ สั่งฟรีซกำลังคนและยุบหน่วยงานที่ไม่จำเป็น ตั้งเป้าลดรายจ่ายประจำเหลือ 30% เพื่อปลดล็อกงบประมาณสำหรับการลงทุนพัฒนาประเทศ

รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูประบบกำลังพลและโครงสร้างราชการ โดยเตรียมตรึงจำนวนข้าราชการไม่ให้เพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน ยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทบทวนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค และปรับภารกิจของหน่วยงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชน หวังลดภาระรายจ่ายประจำของประเทศจากปัจจุบันที่อยู่ในระดับประมาณ 70% ของงบประมาณทั้งหมด ให้เหลือไม่เกิน 30% ในระยะยาว

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา และเป็นผลจากสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งปัจจุบันงบประมาณกว่า 70% เป็นรายจ่ายประจำ ทำให้เหลืองบประมาณสำหรับการลงทุนในสัดส่วนที่ค่อนข้างจำกัด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหาแนวทางปรับโครงสร้างการใช้จ่ายของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการควบคุมอัตรากำลัง หรือ “ฟรีซข้าราชการ” โดยกำหนดให้อัตรากำลังที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นจำนวนสูงสุด ไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนอัตรากำลังจากระดับที่มีอยู่ พร้อมเปิดทางให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้กำลังคนร่วมกัน เพื่อให้สามารถบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แทนการเพิ่มอัตราใหม่เมื่อมีภารกิจเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ จะมีการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งตำแหน่งด้านวิชาการและตำแหน่งทั่วไป โดยไม่ให้กระทบกับตำแหน่งอื่น รวมถึงยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่มีความจำเป็น จากนั้นจะปรับโครงสร้างและภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากและเป็นภาระด้านงบประมาณ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอให้ยุติการจัดตั้งสำนักงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาคเพิ่มเติมทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นแล้ว จะมีการทบทวนและทยอยยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมดในคราวเดียว เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน โดยจากเดิมที่มีอยู่กว่า 10,000 หน่วยงาน จะทยอยปรับลดลงนับจากนี้

ส่วนผลต่อการลดภาระงบประมาณจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนภายใน 1-2 ปีนี้ ขณะที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการให้บริการประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล และจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปรับปรุงกำลังพลภาครัฐ

นายปกรณ์กล่าวว่า หลักการสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบัน คือ รัฐไม่ใช่เพียงผู้ควบคุม แต่ต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการรับบริการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด สำหรับการลดจำนวนหน่วยงานที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 30,000 หน่วย จะพยายามลดลงให้ได้มากที่สุด แต่ในเบื้องต้นต้องพิจารณาก่อนว่าแต่ละหน่วยมีภารกิจอย่างไร และส่วนใดสามารถลดหรือใช้สิ่งอื่นทดแท นได้แต่ละหน่วยงานจะต้องกลับไปทบทวนและนำเสนอข้อมูลต่อสำนักงาน ก.พ.ร. ก่อนที่ ก.พ.ร. จะจัดทำเป็นแผนและแจ้งรายละเอียดต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 70% ให้เหลือไม่เกิน 30% โดยนายปกรณ์ระบุว่า หากไม่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตลูกหลานจะได้รับผลกระทบ จึงต้องยอมรับความจริงและแก้ไขปัญหา พร้อมประเมินว่าการดำเนินการให้สำเร็จภายใน 4 ปีอาจไม่ทัน และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ปี