ป.ป.ช. ตั้งแท่นสอบคดีพิเศษทุจริตแก้คะแนนสอบท้องถิ่นปี 64 พบขบวนการใหญ่เปลี่ยนคนสอบตกให้เป็นผ่าน สาวลึกถึงข้าราชการระดับสูงและอดีตอธิบดี ชี้เป็นคดีที่สังคมสนใจและอาจกระทบวงกว้าง
คดีทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นกำลังขยายวง หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีกล่าวหา คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให่้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารประจำปี 2564 กับพวก ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยจากการขยายผลกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 พบกรณีการสอบสรรหาผู้บริหารท้องถิ่น ปี 2564 มีการแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ จากผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน หรือมีการปรับคะแนนให้สูงขึ้น ซึ่งพบความเชื่อมโย้งกับพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาเพิ่มเติม ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก เป็นกรณีที่สังคมและประชาชนให้ความสนใจ และอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง คณะกรรมการป.ป.ช. จึงมีมติรับเรื่องไต่สวนเป็นคดีพิเศษต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากสำนักงาน ป.ป.ช.เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าโพสต์ถูกลบออกในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น
ขณะที่ มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) ได้นำสำนวนคดีจำนวน 2 ลังใหญ่ รวม 10 แฟ้ม มีเอกสารมากกว่า 3,000 หน้า ไปส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้คณะไต่สวนพิจารณาแนวทางดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ไต่สวน สำนวนจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.แต่ถ้า ป.ป.ช.มีมติส่งเรื่องกลับมาให้บก.ป.เป็นผู้รับผิดชอบ ก็พร้อมใช้คณะทำงานชุดเดิมในการดำเนินคดีเนื่องจากคดีนี้ไม่มีกรอบระยะเวลาแน่ชัด ที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ ป.ป.ช.ส่งเรื่องกลับมาให้พนักงานสอบสวนทำต่อช่วงเวลาที่เหลือเพียง 1-2 สัปดาห์ก่อนที่คดีจะหมดอายุความ ส่วนประเด็นที่มีการซักทอดถึงบุคคลอื่นเพิ่มเติม จะต้องเรียกตัวมาสอบสวน แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานใดจะทำคดีต่อไป
สำหรับผู้ต้องหาคดีนี้มีทั้งสิ้น 13 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่มข้าราชการท้องถิ่น 11 ราย หรือกลุ่มที่ถูกจับกุมขณะกำลังแก้ไขกระดาษคำตอบภายในบริษัทเอกชน ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ถูกดำเนินคดีรวม 8 ข้อหา ประกอบด้วย สนับสนุนเจ้าพนักงานรัฐให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต,สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต,สนับสนุนเจ้าพนักงานในการปลอมเอกสารโดยอาศัยหน้าที่,สนับสนุนเจ้าพนักงานในการรับรองข้อความหรือเอกสารอันเป็นเท็จ,ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร,ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และเปิดผนึกหรือเอาเอกสารของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้หรือเปิดเผยข้อความ และร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
2.กลุ่มข้าราชการระดับสูง 2 ราย ได้แก่ นายธีรุตม์ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และ ผศ.เรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ถูกดำเนินคดีรวม 6 ข้อหา ได้แก่ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ,เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตน, เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ,ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ

