ทางการยูเครนเปิดเผยในวันอังคาร (11 ส.ค.) ว่า การโจมตีของรัสเซียทั่วประเทศตลอดคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เคียฟออกมาระบุว่ามอสโกได้รับขีปนาวุธเพิ่มเติมจากเกาหลีเหนือ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียได้ยกระดับการโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครนอย่างหนักด้วยขีปนาวุธ ขณะที่ยูเครนตอบโต้ด้วยการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย
ทางการท้องถิ่นระบุว่า การโจมตีข้ามคืนครอบคลุมพื้นที่กรุงเคียฟ ซาโปริซเซีย และดนีโปรเปตรอฟสก์
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองกำลังของตน "ได้เปิดการโจมตีเป็นกลุ่มด้วยอาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูงจากภาคพื้นดิน โดยยิงถล่มสถานประกอบการอุตสาหกรรมทางการทหารและศูนย์ขนส่งโลจิสติกส์ในเมืองเคียฟและซาโปริซเซีย"
อีวาน เฟโดรอฟ หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารประจำภูมิภาคซาโปริซเซีย กล่าวว่า กองกำลังรัสเซียได้เปิดการโจมตีอย่างหนักโดยใช้ขีปนาวุธและระเบิดร่อน
"มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 19 ราย" เฟโดรอฟ โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เพื่ออัปเดตยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากเดิมที่รายงานไว้ 5 ราย
ทางด้าน โอเลกซานเดอร์ กันจา หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารประจำภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสก์ ทางตอนเหนือ ระบุผ่าน Telegram ว่าการโจมตีด้วยโดรนและปืนใหญ่ของรัสเซียใน 5 อำเภอ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย
ส่วนในกรุงเคียฟ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว AFP ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งตอนเลยเที่ยงคืนได้ไม่นาน หลังจากทางการประกาศเตือนภัยขีปนาวุธ
วิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียว่า เมืองหลวงกำลัง "ตกอยู่ภายใต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถี"
หน่วยฉุกเฉินของยูเครนรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่คลังสินค้าแห่งหนึ่ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่า รัสเซียกำลังเตรียมที่จะวางกำลังทหารเกาหลีเหนือเพิ่มเติม และได้รับขีปนาวุธนำวิถีชุดใหม่มาจากเปียงยาง
ทั้งนี้ มีเพียงระบบป้องกันทางอากาศบางประเภทเท่านั้น รวมถึงระบบแพทริออตของสหรัฐฯ ที่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธนำวิถีได้
การขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นรุ่น PAC-3 ยิ่งรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่สงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากต่อสู้กับอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ในขณะเดียวกัน ยูเครนได้เพิ่มการโจมตีเมืองต่างๆ ของรัสเซียที่อยู่ห่างไกลจากชายแดนมากขึ้นเช่นกัน
ที่มา เอเอฟพี

