นครพนม – น้ำโขงพุ่งแตะ 11.49 เมตร ห่างจุดวิกฤตเพียง 51 เซนติเมตร เอ่อล้นเข้าท่วมร้านค้าใต้ถุนลานพญานาค ผู้ประกอบการเร่งขนตู้เย็น–ตู้แช่–โต๊ะเก้าอี้หนีน้ำ ขณะที่ถนนสวรรค์ชายโขงถูกน้ำท่วมยาว 3–4 กิโลเมตร บางจุดลึกถึง 1.5 เมตร รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ด้านชุมชนน้อยใต้ยังอ่วมหลายสิบหลังคาเรือน พร้อมจับตาน้ำโขงหนุนลำน้ำสาขา เสี่ยงเอ่อล้นตลิ่งกระทบ 6 อำเภอ
วันนี้(10 ส.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครพนมว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขงยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับปริมาณฝนสะสมตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงมวลน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือที่ไหลลงมาตามลำน้ำโขง ส่งผลให้หลายพื้นที่ริมฝั่งเริ่มได้รับผลกระทบ
ล่าสุดมวลน้ำโขงได้เอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณร้านค้าประมาณ 20 แห่ง ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่บริเวณใต้ถุนลานพญานาค เขตเทศบาลเมืองนครพนม ระดับน้ำบางจุดสูงประมาณ 20–30 เซนติเมตร ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต้องเร่งขนย้ายตู้เย็น ตู้แช่ โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ประกอบร้านขึ้นสู่ที่สูงอย่างเร่งด่วน
ร้านค้าหลายแห่ง ทั้งร้านเสื้อผ้า ร้านของเล่น ร้านถ่ายภาพ และร้านอาหาร ได้ทยอยขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ยังมีร้านกาแฟและร้านค้าอีกประมาณ 3 แห่ง เร่งขนทรัพย์สินหนีน้ำที่กำลังเพิ่มระดับขึ้น
นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และ นายวัฒนศักดิ์ เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม ซึ่งกำกับดูแลงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่พื้นที่ปลอดภัยแล้ว ขณะเดียวกันสถานการณ์ในพื้นที่ ชุมชนน้อยใต้ เขตเทศบาลเมืองนครพนม ยังมีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 30 หลังคาเรือน แม้บางจุดระดับน้ำจะลดลงจากประมาณ 1 เมตร เหลือ 30–40 เซนติเมตร แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังภายในบ้านเรือน
โดยเฉพาะบริเวณบ้านมั่นคงชุมชนน้อยใต้ ใกล้กำแพงวัดน้อยโพธิ์คำ ริมถนนบายพาสนครพนม–ธาตุพนม หลายครัวเรือนต้องนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากบ้าน ขณะที่ประชาชนบางส่วนระบุว่ายังต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำดื่ม อาหาร และเครื่องอุปโภคบริโภค
น.ส.มินตรา แก้วระดี อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัย เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม หลังมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำได้ไหลเข้าท่วมบริเวณบ้านอย่างรวดเร็ว ระดับสูงสุดประมาณ 1 เมตร ทำให้ครอบครัวซึ่งมีสมาชิก 6 คนขนย้ายทรัพย์สินไม่ทัน ที่นอนภายในห้องพัก 3 ห้องได้รับความเสียหายทั้งหมด
นอกจากนี้ยังต้องเร่งเคลื่อนย้ายแมว 13 ตัว และสุนัขอีก 2 ตัวออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ปัจจุบันแม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังคงท่วมขังประมาณ 30–40 เซนติเมตร
อีกหนึ่งจุดที่ได้รับผลกระทบหนักคือ ถนนสวรรค์ชายโขง เส้นทางเลียบแม่น้ำโขงที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมใช้เดินทาง ออกกำลังกาย และชมทัศนียภาพริมฝั่งโขง มวลน้ำจากแม่น้ำโขงได้เอ่อล้นเข้าท่วมถนน ตั้งแต่บริเวณบ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม ต่อเนื่องเข้ามาทางด้านหลังแขวงทางหลวงนครพนม โดยมีช่วงที่ถูกน้ำท่วมยาวประมาณ 3–4 กิโลเมตร
บางจุดมีระดับน้ำลึกประมาณ 1–1.5 เมตร ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวไปยังพื้นที่ ต.ท่าค้อ ได้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางและติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
น้ำโขง 11.49 เมตร เหลือเพียง 51 ซม.ถึงจุดวิกฤต
สถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขงช่วงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ตรวจวัดได้ที่ 11.49 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 72 เซนติเมตร ขณะที่ระดับวิกฤตอยู่ที่ 12.00 เมตร เท่ากับเหลือระยะอีกเพียง 51 เซนติเมตร เท่านั้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องจับตาภาวะน้ำโขงหนุนและไหลย้อนเข้าสู่ลำน้ำสาขาหลายสาย อาทิ ลำน้ำทวย ห้วยฮ่องฮอ ห้วยบังฮวก ลำน้ำก่ำ รวมถึงระบบลำน้ำสงครามและลำน้ำอูน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมืองนครพนม อ.ธาตุพนม อ.นาแก และ อ.ศรีสงคราม โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำโขง ริมลำน้ำสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ
ฝนบ้านแพงหนัก 250 มม. เมืองนครพนม 222 มม.
ขณะที่ข้อมูลปริมาณฝนสะสมจากสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม พบหลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดย อ.บ้านแพง วัดได้ 250.0 มิลลิเมตร และ อ.เมืองนครพนม วัดได้ 222.0 มิลลิเมตร ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อระบบระบายน้ำและลำน้ำสาขาในพื้นที่
สถานการณ์ขณะนี้จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้ง ระดับน้ำโขง มวลน้ำเหนือ ปริมาณฝน และน้ำในลำน้ำสาขา เนื่องจากระดับน้ำโขงอยู่ห่างจุดวิกฤตเพียงครึ่งเมตรเศษ ขณะที่หลายพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว
ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง ริมลำน้ำสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเร่งยกทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของมีค่าขึ้นสู่ที่สูง รวมถึงเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยง หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมติดตามประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง

