xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชาใส่ไฟไทย ดูหมิ่นไม่ให้ค่าสหประชาชาติ หลังไทยตอบโต้ผู้รายงานพิเศษ UN

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สื่อกัมพูชาได้ทีใส่ไฟไทยเป็นชุดๆ อ้างความเห็นพวกนักวิเคราะห์กล่าวหาไม่ให้ความสำคัญกับสหประชาชาติ หลังนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ออกมาตอบโต้รายงานของ ทอม แอนดรูวส์ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ที่กล่าวหาประเทศไทยในหลายประเด็น

รายงานข่าวของขแมร์ไทม์สในวันจันทร์(10ส.ค.) ระบุว่าทอม แอนดรูวส์ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ได้ยืนกรานถึงผลการค้นพบของเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดน ซึ่งได้จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ด้วยตนเองและได้รับการยืนยันด้วยสถิติอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสการประท้วงจากฝ่ายไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนรายงานของแอนดรูว์ ว่าเป็นการตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่โดยอิสระ

ขแมร์ไทม์ส ระบุว่าเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม แอนดรูวส์ ได้นำเสนอรายงานของเขาตามหลังเดินทางเยือนกัมพูชาเป็นเวลา 10 วัน เน้นย้ำถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมของความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย หลังเดินทางตรวจเยี่ยมที่ตั้งของประชาชนผู้พลัดถิ่นฐานในจังหวัดบันเตียเมียนเจย

ในรายงานนายแอนดรูวส์ บอกว่าชาวกัมพูชาราว 20,000 คน จากทั้งหมด 650,000 คน ที่อพยพจากบ้านเรือนของตนเองระหว่างความขัดแย้งเมื่อปีที่แล้ว ยังคงพลัดถิ่นฐาน โดยที่หลายครอบครัวรายงานถึงการสูญเสียบ้านและวิถีชีวิตในการทำมาหากิน เขาได้ตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย บ้านเรือนที่ถูกทำลายและวัตถุระเบิดที่ไม่ทำงานใกล้ชายแดน เรียกร้องท้ง 2 ประเทศรับประกันพลเรือนกลับสู่ถิ่นฐานอย่างปลอดภัย ภายใต้กฎหมายระหว่งประเทศและข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 27 ธันวาคม 2025

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ปฏิเสธรายงานดังกล่าวว่าเป็นรายงานฝ่ายเดียว เน้นย้ำว่าไทยไม่ยอมรับข้อสรุปดังกล่าว และมีแผนยื่นประท้วงต่อสหประชาชาติ

ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติรายนี้ตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการเผยแพร่ถ้อยแถลงบนสื่อสังคมออนไลน์ในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) บอกว่าเขายินดีกับปฏิกิริยาตอบสนองจากไทย พร้อมเน้นย้ำว่าเขาได้ส่งร่างคำแถลงในเรื่องความขัดแย้งตามแนวชายแดน ไปให้รัฐบาลไทยล่วงหน้า 2 วัน ก่อนเผยแพร่ "แม้ผมไม่ได้รับการตอบสนองต่อการสื่อสารดังกล่าว แต่ผมยังเปิดกว้างและกระตือร้อร้นพูดคุยหารือเกี่ยวกับมุมมองของรัฐบาลไทย"

ในแง่ของคำปฏิเสธของไทยเกี่ยวกับตัวเลขที่อ้างถึงพลเรือนผู้พลัดถิ่นฐาน 650,000 คน ทาง แอนดรูวส์ ได้ชี้แจงว่าเขาใช้สถิติจากรายงานต่างๆของสประชาชาติ และประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เขาหยิบยกขึ้นมานั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่ขัดแย้งกันแต่อย่างใด ทั้งนี้เขาบอกว่าจะติดต่อไปยังรัฐบาลไทยอีกครั้ง ในระหว่างที่เขาเตรียมดำเนินการจัดทำรายงานฉบับสุดท้าย เพื่อนำเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในเดือนหน้า

เว็บไซต์ข่าวขแมร์ไทม์ส อ้างความเห็นของ Seun Sam นักวิเคราะห์ด้านนโยบายและการเมือง ประจำราชบัณฑิตยสถานแห่งกัมพูชา กล่าวว่าการตอบโต้ของแอนดรูวส์ ที่มีต่อไทยเป็นสิ่งที่เหมาะสมและสะท้อนความล้มเหลวของไทย ที่ไม่ใส่ใจการสื่อสารจากสหประชาชาติและข้อตกลงทวิภาคี "แอนดรูวส์ เน้นย้ำก่อนแถลงข่าวว่า เขาได้ส่งร่างถ้อยแถลงไปให้ฝ่ายไทย อย่างไรก็ตาม ไทย ไม่ตอบกลับหรือแสดงความคิดเห็นใดๆกับร่างที่ ทอม แอนดรูวส์ ส่งไปให้ นั่นหมายความว่า ประเทศไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับสหประชาชาติ"

เขาบอกต่อว่าฝ่ายไทยพยายามปกปิดประชาคมนานาชาติ ไม่ให้รับรู้ความจริงในเรื่องเกี่ยวกับการกระทำต่างๆตามแนวชายแดน "พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับความพยายามสร้างสันติภาพ พยายามปฏิเสธและโต้แย้งข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันก็กล่าวอ้างอันเป็นเท็จและใช้ภาษาดูแคลนที่มีต่อสหประชาชาติ" Seun Sam กล่าว "อย่างไรก็ตาม บรรดาประเทศเพื่อนบ้านของไทยต่างรู้ถึงรูปแบบพฤติกรรมนี้กันดีอยู่แล้ว มันเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ฝ่ายไทยมักใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันเป็นกลยุทธ์ปฏิเสธ กล่าวหาและบิดเบือนสถานการณ์"

ขแมร์ไทม์ส ยังได้อ้างความเห็นของ Youk Chhang ผู้อำนวยการของศูนย์เอกสารแห่งกัมพูชา กล่างอ้างว่าความเห็นของผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ เน้นย้ำว่าประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนมีผลบังคับใช้โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ "ความรับผิดชอบของรัฐบาลไทยต่อการยึดถือสิทธิมนุษยชนนั้น ต้องครอบคลุมถึงชาวกัมพูชาอย่างเท่าเทียม เช่นเดียวกับพลเมืองชาวไทย ที่สร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลไทย"

เขาระบุต่อว่าหลักการดังกล่าวสวนทางกับการปรากฏตัวของทหารไทยในดินแดนกัมพูชาและวัตถุประสงค์ทางการเมืองตามแนวชายแดน "มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยใช้นโยบายนี้ และเคราะห์ร้ายที่บางทีมันก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย แต่หากประวัติศาสตร์พอจะเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าสถานการณ์บริเวณชายแดนจะได้รับการแก้ไขอย่างไร เมื่อนั้นกัมพูชาควรมองในแง่บวกและอดทน หวังว่าสถานการณ์จะได้รับการแก้ไขในท้ายที่สุด"

(ที่มา:ขแมร์ไทม์ส)