เอเจนซีส์ – ข่าวกรองลับสหรัฐฯเมื่อไม่นานมานี้เปิดเผยว่า มีการประเมินว่าประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นสามัคคีของนาโตด้วยการโจมตีแบบจำกัดเข้าไปในชาติพันธมิตรนาโตในระยะเวลาตั้งแต่ฤดูใบร่วง-ปี2029 หลังสัปดาห์นี้สนามบินไลป์ซิกฐานของบริษัทโลจิสติก DHL ชื่อดังในเยอรมันสุดระทึกพบโดรนติดระเบิดวางใกล้เครื่องบินคาร์โกยูเครน Antonov
CNN ของสหรัฐฯรายงานวานนี้(8 ส.ค)ว่า อ้างอิงจากแหล่งข่าว 3 คนเปิดเผยว่าการข่าวกรองสหรัฐฯได้ประเมินความเป็นไปได้ของรัสเซียจะทำการยกระดับการโจมตีโดยเริ่มตั้งแต่การโจมตีทางไซเบอรไปสู่การโจมตีแบบจำกัดเพื่อเช็กความสามัคคีและข้อผูกพันของมาตรา 5 ของนาโต (Article 5) ที่ระบุว่าหากประเทศสมาชิกใดโดนโจมตีจะเสมือนว่านาโตโดนดจมตีโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำให้ถึงขั้นที่พันธมิตรลงมือรับมือ แหล่งข่าวกล่าว
หนึ่งในแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เชื่อว่าประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน คาดว่าจะยกระดับมีเป้าหมายไปที่ภูมิภาคบอลติกหรือไม่ก็โปแลนด์ อ้างอิงจากวอลสตรีทเจอร์นัลที่เป็นสื่อแรกในการรายงานในเรื่องนี้
ทั้งเจ้าหน้าที่อเมริกันและเจ้าหน้าที่นาโตต่างเชื่อว่า ปูตินอาจเลือกที่จะยกระดับต่อนาโตหาว่าเขาไม่สามารถหาหนทางหลุดออกจากสงครามยูเครนโดยที่ไม่เสียหน้าได้
DWของเยอรมันและเดลีเทเลกราฟของอังกฤษรายงานว่า วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่า สหรัฐฯประเมินว่าปูตินอาจใช้วิธีโจมตีแบบจำกัดที่อาจเริ่มต้นเร็วที่สุดไม่กี่สัปดาห์หรือต้นเดือนหน้าที่เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงปี 2029
เดลีเทเลกราฟรายงานว่า เพิ่งวันอังคาร(4)มีการพบโดรนติดระเบิดวางทิ้งไว้ข้างเครื่องบินคาร์โกยูเครน Antonop ภายในสนามบินไลป์ซิกของเยอรมัน โดยที่มาของโดรนไม่ชัดแจ้งแต่นักการเมืองเยอรมันกล่าวโทษ “รัสเซีย”
สนามบินแห่งนี้นอกจากเป็นฮับบริษัทโลจิสติก DHL ชื่อดังของเยอรมันยังเป็นฮับการขนส่งทางการทหารของกองทัพเยอรมัน ชาติพันธมิตร และยูเครนยังใช้สนามบินแห่งนี้เป็นฐานของเครื่องบินคาร์โก Antonop ของตัวเอง
พันเอก มาร์ติน โอ’โดอนเนลล์(Martin O'Donnell) โฆษกนาโตกล่าวว่า “นาโตพร้อมที่จะป้องปรามและปกป้องตราบเท่าที่ยังคงจำเป็น”
พร้อมเสริมว่า “พันธมิตรยังคงมองอย่างทะลุปรุโปร่งและเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ไม่ว่าจะมีจำนวนมากเท่าใดที่จะเกิดขึ้น”
สื่ออังกฤษชี้ว่า ข่าวกรองลับสหรัฐฯได้ออกมาเตือน 'โปแลนด์' และ '3 ชาติบอลติก' และปูตินเวลานี้กำลังวางแผนเพื่อโจมตีนาโตระหว่างกำลังรบกับยูเครน
ทั้งอย่างไรก็ตามการประเมินของสหรัฐฯเปลี่ยนไปเมื่อต้นปีนี้ที่เจ้าหน้าที่อเมริกันกล่าวว่า ประธานาธิบดีรัสเซียค้นพบว่าตัวเองกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันและไม่สามารถหาชัยชนะต่อเคียฟและโลกตะวันตก
การประเมินข่าวกรองล่าสุดที่เผยแพร่ไปทั่วนาโตชี้ว่า ปูตินชอบมากกว่าที่จะใช้การแทรกแซงทางการเมือง การก่อวินาศกรรม หรือการทำสงครามไฮบริดเพราะการเอาชนะทางสงครามต่อนาโตเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก แหล่งข่าวเปิดเผยกับเดลีเทเลกราฟ

