xs
xsm
sm
md
lg

ศึกชิงอำนาจ กสทช. EP. 2 (ตอนจบ) : ชำแหละสัญญา USO Net... เสาเน็ตร้าง แต่ซ่อมบำรุงฉ่ำ ทุนใหญ่เสือนอนกิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แฉลึกสัญญา USO Net 10 ปี โมเดลเสือนอนกินผูกขาด O&M ของกลุ่มทุนโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ และ System Integrator (SI) ชี้ช่องโหว่สัญญา ดูดเงินบิลมือถือคนไทย พร้อมกาง 5 ทางรอดรื้อโครงสร้างกองทุน กทปส.คืนสู่ประชาชน

ซีรีส์ ศึกชิงอำนาจ กสทช.EP. 2 (ตอนจบ) ชำแหละสัญญา USO Net เสาเน็ตร้าง แต่ซ่อมบำรุงฉ่ำ ทุนใหญ่เสือนอนกิน


“หาก 'ค่าFT' ในบิลค่าไฟ คือการผลักภาระสำรองไฟฟ้าเกินจำเป็นมาให้คนไทยแบก...'ค่าธรรมเนียม USO' ในบิลมือถือ ก็คือภาษีซ่อนรูปแอบสอดไส้ดูดเงินในกระเป๋าประชาชนทุกเดือน ไปประเคนให้สัญญาผูกขาด'เสาเน็ตร้าง' กลางป่า และเงินปั๊มอุปถัมภ์กลุ่มทุนโทรคมนาคม”

ชำแหละUSO Net ร้าง เงินซ่อมบาน

ภาพสะเทือนใจที่ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลหรือเด็กนักเรียนในโรงเรียนชายขอบเห็นจนชินตา คือ "อาคารศูนย์USO Net" หรือ "เสาสัญญาณอินเทอร์เน็ต" ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางชุมชน แต่กลับล็อกกุญแจเงียบเชียบ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ฝุ่นจับ สัญญาณอินเทอร์เน็ตหลุดๆ ดับๆ จนกลายเป็น "อนุสาวรีย์เน็ตร้าง"

คำถามที่แหลมคมคือ ในเมื่อโครงการล้มเหลวและไร้คนใช้งาน เหตุใดงบประมาณจากกองทุน กทปส. หรือUSO ถึงยังคงไหลออกจากบัญชีปีละหลายพันล้านบาทไม่เคยขาด?

คำตอบซ่อนอยู่ใน "โมเดลสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง (O&M - Operation & Maintenance)" ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล ทั้งการทำผูกขาดสัญญายาวนานโดย กสทช. ไม่ได้แค่จ้างสร้างเสาหรือติดตั้งอุปกรณ์ (CAPEX) แต่เปิดประมูลพ่วงสัญญาบำรุงรักษาและให้บริการ (OPEX) รายปีต่อเนื่องยาวนาน 3–5 ปี และถูกต่อสัญญาซ้ำซ้อนรวมแล้วกินเวลานับ 10 ปี

แถมยังมี ทริกสเปกเฉพาะเอกชนผู้ชนะประมูลจะใช้อุปกรณ์ ระบบบริหารจัดการเครือข่าย หรือซอฟต์แวร์เฉพาะตัว ทำให้เมื่อหมดสัญญาเฟสแรก กสทช. ต้อง "ต่อสัญญาจ้างดูแล (O&M)" กับเอกชนเจ้าเดิม เพราะหากเปลี่ยนผู้ดูแล รายใหม่จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเดิมได้

ที่สำคัญ ยังมีเงื่อนไข ไม่ใช้ก็ต้องจ่ายไม่ว่าศูนย์ USO Net นั้นจะมีเด็กเข้าไปนั่งใช้งานหรือไม่ ขอเพียงแค่เอกชน "เปิดสัญญาณทิ้งไว้และสแตนด์บายอุปกรณ์" ตามสเปก เอกชนคู่สัญญาและกลุ่ม System Integrator (SI) จะยังคงได้รับ "เงินค่าจ้างดูแลและค่าสัญญาณรายเดือน" เต็มจำนวนตามสัญญา โดยไม่เคยนำปริมาณการใช้งานจริงมาหักลดค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว

นอกจากนั้นแล้ว การตรวจสอบคุณภาพสัญญาณในพื้นที่ห่างไกลมักทำได้ยาก ขาดระบบDashboard ที่ตรวจจับการดับของสัญญาณแบบ Real-time จากส่วนกลาง ทำให้เอกชนบางรายลอยตัว จ่ายเงินครบแต่สัญญาณดับบ่อย

พื้นที่ห่างไกลหลายแห่งที่ USO เคยไปลงทุนไว้ ปัจจุบันค่ายมือถือขยายเสา 4G/5G เชิงพาณิชย์ไปถึงแล้ว แต่ กสทช. กลับไม่มีกลไก "ยกเลิกสัญญา" เพื่อถอนตัวออก ทำให้กองทุนยังต้องเสียเงินค่าบำรุงรักษาโครงข่ายเดิมที่ซ้ำซ้อนอยู่

เม็ดเงินส่วนนี้กลายเป็น "ภาระผูกพันซ่อนรูป" ในกองทุน กทปส. สูงถึง 20,000 – 30,000 ล้านบาทซึ่งตราบใดที่สัญญายังไม่หมด เงินกองทุนจะถูกล็อกไว้จ่ายให้เอกชนกลุ่มนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ตัดโอกาสการนำงบไปพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น สัญญาณดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ที่คุ้มค่ากว่ามหาศาล

สำหรับโครงการ USO ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่แผนฉบับที่1 (ปี2555) จนถึงปัจจุบัน (แผนฉบับที่3 และ4) โดยกลุ่มเอกชน/ผู้รับเหมาหน้าเดิมๆ มักจะได้สัญญาต่อเนื่องยาวนาน นับ 10 ปี ผ่านการประมูลเป็นเฟสๆ และสัญญาจ้างบำรุงรักษาระยะยาว โดยสัญญาลักษณะผูกพัน 3–5 ปีต่อรอบ

เผยโฉมกลุ่มทุน "เสือนอนกิน" ยาว

เมื่อเจาะลึกไส้ในผู้ชนะประมูลโครงการ USO Net และเน็ตชายขอบ (Zone C และ Zone C+) ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา จะพบการแบ่งเค้กหมื่นล้านออกเป็น 2กลุ่มหลัก ชัดเจน

กลุ่มแรก คือ กลุ่มรัฐวิสาหกิจและค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ กลุ่มนี้คือผู้กวาดสัญญางานโครงข่ายหลัก (Backbone), การจัดหาช่องสัญญาณดาวเทียม และการให้บริการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล (Zone C และZone C+) มูลค่าโครงการระดับพันล้านถึงหมื่นล้านบาท กลุ่มนี้ประกอบด้วย

บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) (TOT และCAT เดิม) ถือเป็นผู้รับสัญญาหลักก้อนใหญ่ที่สุดใน USO Phase 1, Phase 2 และเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน โดย NT มักปล่อย Sub-contract ต่อให้เอกชนอีกทอด ทำให้เกิดการบวกกำไรซ้ำซ้อน ต้นทุนจึงสูงเกินจริง

ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ (AWN ในเครือ AIS / TMC ในเครือ TRUE)ผู้ชนะประมูลงานขยายสัญญาณเคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ

บมจ.ไทยคมคว้าสัญญาส่งสัญญาณดาวเทียมในพื้นที่เกาะแก่งและป่าเขา

ส่วนกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มบริษัทรับเหมาวางระบบไอที (System Integrators - SI)กลุ่มนี้คือ "เสือนอนกินตัวจริงที่รับเค้กเนื้อเน้นๆ"ในงานสร้างศูนย์ USO Net ลากสายไฟเบอร์ และคว้า สัญญาบำรุงรักษา(O&M) รายปี ยาวนาน ได้แก่
บมจ.อินฟราเซท (INSET) คว้าสัญญาสร้างศูนย์ USO Net, งานก่อสร้างสถานีฐาน และงานจ้างดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขแก้ไขระบบเครือข่ายโครงการUSO

บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC) ขาใหญ่ในงานรับเหมาวางระบบโทรคมนาคม (SI) ได้รับงานจัดหาอุปกรณ์
ติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และสัญญางานบริการบำรุงรักษาในโครงการ USO ชายขอบอย่างต่อเนื่อง

บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมูนิเคชั่น (ILINK) ผู้ชนะประมูลงานติดตั้งและบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) รวมถึงสัญญางานบำรุงรักษาระบบยาวนานหลายปี

นอกจากนั้น ยังรวมถึงคอร์ซอร์เทียมร่วมค้าต่างๆ ที่เข้ารับเหมาช่วงงาน

ในการช่วงชิงงบผูกพันระหว่าง รัฐวิสาหกิจvs เอกชน หลายโครงการ NT เป็นผู้รับงานตรงจาก กสทช. แล้วปล่อย Sub-contract ให้กับบริษัท SI เอกชน (เช่นINSET, TKC, ILINK) รับไปทำต่อ ทำให้เกิดการบวกกำไรซ้ำซ้อน ต้นทุนโครงการจึงสูงเกินจริง แต่คุณภาพบริการปลายทางกลับลดลง

ขณะเดียวกัน "สายสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์" ก็ถูกสร้างผ่าน ปรากฏการณ์ประตูหมุนเมื่ออดีตกรรมการ อดีตผู้บริหารระดับสูง หรือที่ปรึกษาของสำนักงาน กสทช. หมดวาระ มักหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการอิสระ หรือที่ปรึกษาในบริษัทโทรคมนาคมและบริษัทรับเหมาไอทีคู่สัญญาเหล่านั้น เกิดเป็น เครือข่ายอุปถัมภ์เชิงโครงสร้างที่ยากจะตัดขาด และทำให้กองทุนนี้กลายเป็นขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าของกลุ่มผลประโยชน์ทั้งทุนโทรคมนาคมและขั้วอำนาจการเมือง

โครงการเข้าข่าย "ยกเลิกสัญญา"

ในยุคที่ 5G ครอบคลุม และดาวเทียม LEO เติบโต สัญญาและโครงการ 3 กลุ่มนี้เข้าข่าย “ไม่เกิดประโยชน์ ล้าสมัยและควรถอนงบยกเลิกสัญญาทันที” นั่นคือ

ศูนย์USO Net และห้องคอมพิวเตอร์ในพื้นที่ที่มี 4G/5G แล้วเพราะประชาชนและเด็กนักเรียนเกือบ 100% เข้าถึงเน็ตผ่านสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต การบังคับให้คนเดินไปนั่งในห้อง PC โบราณ คือความล้าหลัง การจ่ายค่าซ่อม PC เก่าปีละหลายสิบล้านคือการละลายเงินทิ้ง

ยังมีโครงการสัญญาจ้างลากสายไฟเบอร์ออปติกข้ามป่าเขาซึ่งต้นทุนซ่อมบำรุงสูงลิ่วจากกิ่งไม้ทับและสัตว์ป่ากัดสาย
เอกชนฟันค่าซ่อมอาน ควรเปลี่ยนมาใช้ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO Satellite) เช่น Starlink ที่ถูกกว่านับสิบเท่าและไม่ต้องจ้างรับเหมาลากสาย

นอกจากนั้น สัญญาO&M ผูกขาดที่ไม่วัดผลสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นสัญญาที่จ่ายเงินคงที่โดยไม่อิงกับปริมาณการใช้งานจริง ต้องถูกยกเลิกโดยอาศัยเหตุผล "ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี" ตามหลักกฎหมายปกครอง

หากปล่อยให้ กสทช.ในสภาพ "บอร์ดร้าวลึก" อนุมัติงบผูกพันกันต่อไป กองทุน กทปส. จะเป็นได้เพียงตู้ ATM ต่างตอบแทน ถึงเวลาต้องปฏิรูป 5 มิติยั่งยืน ทั้งรื้อสัญญาโดยยกเลิกการประมูลสร้างเสา/ศูนย์เพื่อเอื้อกลุ่มทุน แล้วเปลี่ยนเป็นแจก "Internet Voucher (คูปองดิจิทัล)" ตรงถึงมือผู้มีรายได้น้อยและนักเรียน เพื่อนำไปเลือกซื้อแพ็กเกจเน็ตจากค่ายใดก็ได้ ตัดขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างพันล้านทันที

ยึดเกณฑ์ จ่ายตามจริงโดยเปลี่ยนสัญญา O&M จากเหมาจ่าย Fixed-cost เป็นจ่ายตามอัตราการเข้าใช้งานจริง ศูนย์ไหนไม่มีคนใช้หรือสายขาดไม่ซ่อม ต้องตัดงบจ่ายทันที

นอกจากนั้นพื้นที่ใดที่อินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ขยายไปถึงแล้ว ให้ กสทช. สั่งยุติและปิดโครงการ USO ในจุดนั้นทันที เพื่อหยุดภาระงบซ่อมระยะยาว และปรับเกณฑ์TOR ให้ใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำแทนการลากสายไฟเบอร์ราคาแพงเข้าพื้นที่ป่าเขา

สุดท้ายคือ แก้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ บังคับให้ "กรอบงบรายจ่ายประจำปีของกทปส." ต้องเสนอผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเปิดเผยพิกัดศูนย์ USO และสถานะใช้งานแบบ Real-time ให้ประชาชนช่วยกันรีพอร์ต

มหากาพย์ "ศึกชิงอำนาจ กสทช." และ "ขุมทรัพย์กองทุน USO" ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่คุณเติมเงินโทรศัพท์ ทุกครั้งที่คุณจ่ายบิลค่าเน็ตบ้านรายเดือน โปรดรับรู้ไว้ว่า ส่วนหนึ่งของเงินในกระเป๋าของคุณกำลังถูกสูบฉีดผ่านกลไกภาษีซ่อนรูป ไปหล่อเลี้ยงเกมอำนาจขององค์กรอิสระ สัญญาทาสของกลุ่มทุน และเสาเน็ตร้างที่ไม่มีคนใช้

ตราบใดที่สังคมยังมองว่าศึก กสทช. เป็นเพียงเรื่อง "บิ๊กๆ เกาเหลากัน" เราก็จะต้องก้มหน้าก้มตาจ่าย "ค่าFT แฝง" ในบิลมือถือต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น... ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องส่งเสียงร่วมกันเรียกร้องให้หยุดยั้งกระบวนการถ่ายโอนเงินจากบิลมือถือของประชาชน ไปเข้ากระเป๋าบริษัทรับเหมาโทรคมนาคม

ถึงเวลาที่บอร์ด กสทช. และสังคมต้องเลิกเกรงใจกลุ่มทุน แล้วสั่ง "ยกเลิกสัญญาเน็ตร้าง" เพื่อคืนเงินหมื่นล้านกลับมาเป็นสวัสดิการดิจิทัลที่จับต้องได้ของคนไทยจริงๆ.

ย้อนอ่าน ศึกชิงอำนาจ กสทช. EP. 1 : เจาะกองทุน USO ขุมทรัพย์แสนล้าน... ล้วงเงินเนียนผ่านบิลมือถือ!