xs
xsm
sm
md
lg

"เอกนิติ" ชี้เงินกู้ พ.ร.ก.อีก 2 แสนล้านโฟกัสติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนรถโดยสารเป็น EV ส่วน 2 แสนล้านแรกเหลือ 4 หมื่นล้านเล็งทำ "ไทยเที่ยวไทย"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



‘เอกนิติ‘ ชี้เงินกู้ พ.ร.ก. 2 แสนล้านหลังโฟกัสเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นหลัก ทั้งอุดหนุนติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV ส่วน 2 แสนล้านแรกยังเหลือ 4 หมื่นล้าน พร้อมให้ใช้กับไทยเที่ยวไทยพลัส - ส่วน “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 รอประเมินความเหมาะสม เผย ผู้บริหารแกร๊บเข้าพบโชว์ช่วยร้านค้ายอดขายเพิ่ม 86%

นายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาส​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวถึงการใช้เงินใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่เหลือ จะมีการจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณอย่างไร เนื่องจากขณะนี้มีการขอโครงการเข้ามาจำนวนมากทั้งโครงการ​ไทยเที่ยวไทยพลัส​ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ว่า ที่แน่ๆ 200,000 ล้านบาทที่เหลือ​ ต้องนำมาใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน​

ส่วนงบประมาณในส่วน 200,000 ล้านบาทแรก ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า ขอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะมีงบประมาณที่จำกัด จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง และตรงเป้ามากที่สุด ก่อนย้ำว่าส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ส่วนกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล็งของบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน​ เพื่อใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสประมาณ 1,750 -​2,000 ล้านบาท​ นายเอกนิติ​ กล่าวว่า​ ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ใช้งบประมาณเยอะ​ ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปว่า จะต้องใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพื่อเยียวยาร้านค้าต่างๆ​ พร้อมยอมรับว่า​ แม้จะมีจำนวนเงินพอเหลือแต่ก็ต้องใช้ให้ถูกกับวัตถุประสงค์ แต่จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เหมือนกับไทยช่วยไทยพลัส

สำหรับกรณีที่อาจจะมีเสียงวิจารณ์ว่า โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส อาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เงินกู้คือจำเป็นเร่งด่วน หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น นายเอกนิติ​ ย้ำว่า เรื่องนี้ขอประเมินสถานการณ์ก่อน


เมื่อถามว่า หากต้องต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในเฟส​ 2 จะใช้เงินในส่วนของ 200,000 ล้านบาทหลังในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มาใช้แทนในโครงการนี้ได้หรือไม่​ นายเอกนิติ​ กล่าวยอมรับว่า​ ในทางกฎหมายใช้ได้​ แต่ในทางปฏิบัติอยากจะเก็บไว้ใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน​ จะพร้อมยอมรับว่า เงินจำนวน 50,000​ -​60,000 ล้านบาท จะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โครงการโซลาร์รูฟท็อป เพื่อช่วยประชาชนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานโซล่า​ โดยจะมีสถาบันทางการเงินอย่างธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้ามาช่วยในเรื่องสินเชื่อ

นายเอกนิติ​ ยังระบุอีกว่า​ ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะเราใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของก๊าซธรรมชาติคือการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการขายไฟคืน​ เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็น สมาร์ทมิเตอร์​ และเรื่องระบบสายส่ง เพราะเราต้องคิดทั้งระบบ เราไม่เช่นนั้นอาจเหมือนในต่างประเทศ ที่ทำเรื่องพลังงานสะอาด แต่เมื่อไฟตกก็จะดับทั้งเมือง​

นอกจากนี้ ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านด้านคมนาคม​ โดยรัฐบาลอยากทำเรื่องรถขนส่งสาธารณะ ให้เป็นรถ​ EV ใน​ 7 กลุ่ม​ เพราะรถเหล่านี้มีอายุการใช้งานมายาวนาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดและงบประมาณ​

ส่วนกรณีที่หารือกับ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แกร๊บ​โฮลดิ้งส์​ จำกัด​ (ประเทศสิงคโปร์)​ เขาได้มาขอบคุณในการที่มีส่วนร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส​ ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบเอไอคล้ายกับแอปพลิเคชั่นนกกระซิบ​ ส่งผลให้ยอดขายของพ่อค้าแม่ค้าผู้สูงขึ้นกว่า​ 68%

ซึ่งนี่เป็นการพิสูจน์ว่าคำว่าพลัส ที่ใช้เอ​ เป็นการเพิ่มศักยภาพทำให้ร้านค้าเก่งขึ้น และเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าเหล่านั้น​ และหลังจากนี้ตนจะไปพูดคุยกับประชาชนและร้านค้าเพื่อนำมาต่อยอด

เมื่อถามว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส​ หลังหมดโครงการ ในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ จะต่อในเฟส 2 ทันทีเลยหรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า​ ขอพิจารณาให้ครบถ้วนก่อน