xs
xsm
sm
md
lg

โรงพักเพื่อประชาชน ของดีที่หายไป…?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โรงพักเพื่อประชาชน ของดีที่หายไปไหน? หรือผลงานแพ้ “ระบบแต่งตั้ง” จนประชาชนต้องเป็นคนรับความเสี่ยง

เหตุสลดที่พัทยา ซึ่งนำมาสู่คำถามเรื่องการติดตาม บุคคลพ้นโทษและผู้มีความเสี่ยงก่อเหตุซ้ำ ทำให้ต้องย้อนกลับไปดูว่า ตำรวจไทยเคยมีระบบอะไรดี ๆ อยู่แล้วบ้าง

แล้วก็พบสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจลืมไปแล้ว

“โครงการโรงพักเพื่อประชาชน”

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “เพื่อประชาชน”

โครงการนี้มีแนวคิดให้สถานีตำรวจต้องขับเคลื่อนงานหลายมิติ เพราะมี เกณฑ์ตรวจ มีคนประเมิน มีคะแนน และมีการเปรียบเทียบผลงาน

พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ คือ

เมื่อรู้ว่าจะมีคนมาตรวจ งานก็ต้องทำ
เมื่อรู้ว่ามีคะแนน ผู้บังคับบัญชาก็ต้องตาม
เมื่อรู้ว่าผลงานมีผลต่ออนาคต ทุกคนก็ต้องเอาจริง

หนึ่งในงานที่ต้องตรวจสอบและติดตาม คือ การตรวจตราบุคคลพ้นโทษ

เรื่องนี้วันนี้ฟังแล้วน่าสนใจเป็นพิเศษ

เพราะหากระบบตรวจสอบ ติดตาม และประเมินยังทำงานอย่างเข้มแข็ง อย่างน้อยคำถามว่า

“คนพ้นโทษรายนี้ ใครติดตาม?”
“มีความเสี่ยงหรือไม่?”
“ใครรับผิดชอบ?”
“ตรวจครั้งล่าสุดเมื่อไร?”

คงต้องมีคนตอบ

ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยย้อนถามกันว่า

“แล้วใครเป็นเจ้าภาพ?”

แน่นอน เราไม่สามารถพูดได้ว่า หากโครงการโรงพักเพื่อประชาชนยังอยู่ เหตุสลดที่พัทยาอาจจะไม่เกิดขึ้น

แต่เราถามได้ว่า

ถ้าระบบติดตามยังเข้มแข็ง โอกาสป้องกันเหตุจะมากขึ้นหรือไม่?

และถ้าคำตอบคือ “มากขึ้น”

คำถามต่อไปก็น่าสนใจ

แล้วของดีแบบนี้หายไปไหน?

ย้อนกลับไปดูวัฒนธรรมการแต่งตั้งตำรวจไทย หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย จนคนในวงการประชดกันว่า

“พอขึ้นบันไดถึงชั้นบน ก็รีบชักบันไดหนี กลัวคนข้างหลังขึ้นตาม”

แต่ “โรงพักเพื่อประชาชน” เคยเสนอแนวคิดที่ต่างออกไป

นั่นคือ

“อยากโต ก็เอาผลงานมาแข่งกัน”

โรงพักไหนทำงานดี
ประชาชนพอใจ
ป้องกันอาชญากรรมได้
ติดตามกลุ่มเสี่ยงจริง
บริหารงานเป็นระบบ
ได้คะแนนดี ได้ลำดับดี

ผู้บริหารก็ควรได้รับการพิจารณาความก้าวหน้า

ฟังดูธรรมดามาก

แต่ในระบบราชการไทย บางครั้งเรื่องธรรมดานี่แหละกลับกลายเป็นเรื่องยาก

เพราะทันทีที่ “ผลงาน” มีผลต่อ “ตำแหน่ง”

พื้นที่ของ “ดุลพินิจ” ก็ย่อมลดลง

จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาว่า เหตุใดระบบที่พยายามผูกความก้าวหน้าของผู้บริหารเข้ากับผลงานของสถานีตำรวจ จึงไม่ได้รับการพัฒนาให้แข็งแรงและต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

อย่าเพิ่งกล่าวหาว่าใครยกเลิกเพราะอะไร

แต่ สตช. ควรเปิดแฟ้มเก่ามาดู

ใครเสนอให้ยุติหรือปรับโครงการ?
ยุติเมื่อใด?
เหตุผลคืออะไร?
มีผลการประเมินหรือไม่?
และที่สำคัญ…

ของที่มาแทน ดีกว่าของเดิมตรงไหน?

หากตอบไม่ได้ ก็น่าคิดเหมือนกันว่า

เรายกเลิก “ของเก่า” เพราะมันไม่ดี
หรือเพราะมัน “วัดผลงานจริง” มากเกินไป?

วันนี้จึงอยากฝากถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นชื่อ “โรงพักเพื่อประชาชน” กลับมาทั้งหมดก็ได้

แต่ควรเอา หัวใจของมัน กลับมา

สร้างระบบประเมินโรงพักแบบใหม่ที่วัดผลได้จริง และให้คะแนนเรื่องสำคัญโดยเฉพาะ

การป้องกันอาชญากรรม – การติดตามผู้พ้นโทษ – การบริหารบุคคลเสี่ยง – หมายจับค้างเก่า – การแก้ปัญหาประชาชน – ความพึงพอใจของประชาชน

แล้วทำสิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง

เอาคะแนนเหล่านี้ไปผูกกับการแต่งตั้ง

ใครจะเป็น ผกก.
ใครจะขึ้น รอง ผบก.
ใครจะขึ้น ผบก.

เปิดผลงานย้อนหลังมาดู

เคยบริหารโรงพักอันดับเท่าไร?
พื้นที่ดีขึ้นหรือแย่ลง?
ประชาชนร้องเรียนเท่าไร?
งานป้องกันทำจริงหรือทำเฉพาะตอนตรวจ?
บุคคลพ้นโทษในพื้นที่ติดตามครบหรือไม่?

ให้ผลงานเป็นใบเบิกทางของคนทำงาน

ถ้าทำได้ วันหนึ่งตำรวจอาจไม่ต้องวิ่งหาว่า

“รู้จักใคร?”

แต่แข่งขันกันว่า

“ทำอะไรไว้?”

และนั่นอาจเป็นการปฏิรูปตำรวจที่ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการใหม่ ไม่ต้องคิดศัพท์ใหม่ให้สวยหรู

เพียงแค่กลับไปสู่หลักง่าย ๆ ว่า

“โรงพักต้องแข่งกันทำงาน ไม่ใช่แข่งกันหาเส้น”

เพราะตำแหน่งตำรวจอาจเป็นเรื่องของตำรวจ

แต่ผลของการแต่งตั้งว่า ใครได้เป็นคนคุมโรงพัก

คนที่ต้องรับผลเต็ม ๆ

คือ ประชาชน