ทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ปกป้องบางส่วนในความประเมินของเขาเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทย เผยได้แชร์ร่างผลการค้นพบกับรัฐบาลไทยล่วงหน้า ตั้งแต่ก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว แต่ทางการไทยนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ และบอกว่าจากนี้จะขอมุมมองจากกไทยอีกรอบ ก่อนหน้านำเสนอรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเป็นลำดับถัดไป
รายงานของหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ระบุว่าถ้อยแถลงดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) หลังจากเจ้าหน้าที่ไทยวิพากษ์วิจารณ์คำแถลงของแอนดรูว์เมื่อเร็วๆนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจอย่างเป็นทางการในกัมพูชา โดยกล่าวหาเขานำเสนอคำกล่าวอ้างของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องพลเรือนผู้พลัดถิ่นฐานชาวกัมพูชา
ในการออกมาตอบโต้ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก แอนดรูว์ ขานรับด้วยความยินดีกับปฏิกิริยาตอบสนองจากทุกฝ่าย ในนั้นรวมถึงไทย และเน้นย้ำว่าเขาพยายามประสานงานกับเจ้าหน้าที่ไทย ตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะมีการเผยแพร่คำประเมิน "ผมยินดีกับปฏิกิริยาตอบสนองต่อถ้อยแถลงของผม ในนั้นรวมถึงจากรัฐบาลไทย"
"นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ผมถึงส่งร่างส่วนหนึ่งของคำแถลงเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไปให้รัฐบาลไทยล่วงหน้า 2 วัน ก่อนเผยแพร่ถ้อยแถลงออกมา ในนั้นรวมถึงส่วนที่พูดถึงผู้พลัดถิ่นฐานชาวกัมพูชา" เขาเน้นย้ำว่าแม้ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลไทยก่อนเผยแพร่ถ้อยแถลง แต่เขาพร้อมที่จะรับฟังท่าทีของ "แม้ผมไม่ได้รับการตอบสนองต่อการสื่อสารดังกล่าว แต่ผมยังเปิดกว้างและกระตือร้อร้นพูดคุยหารือเกี่ยวกับมุมมองของรัฐบาลไทย"
คำชี้แจงมีขึ้นตามหลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากไทยเกี่ยวกับถ้อยแถลงของแอนดรูว์ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจอย่างเป็นทางการในกัมพูชา โดยระหว่างนั้นเขาเรียกร้องให้ช่วยพลเมืองผู้พลัดถิ่นฐานจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนเมื่อปีที่แล้ว กลับสู่ถิ่นฐานอย่างปลอดภัย และเรียกร้องทั้ง 2 ประเทศ คลี่คลายความเห็นต่างด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจา
พนมเปญโพสต์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ไทยยังได้คัดค้านคำกล่าวอ้างของแอนดรูว์ ที่บอกว่ามีชาวกัมพูชาราวๆ 650,000 คน พลัดถิ่นฐานระหว่างความขัดแย้ง โดยโต้แย้งว่าบางส่วนที่นับนั้น เข้ามาอาศัยอยู่ในดินแดนที่ประเทศไทยอ้างกรรมสิทธิ์
ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว พนมเปญโพสต์อ้างคำพูดของแอนดรูว์ระบุว่า การประมาณการจำนวนผู้พลัดถิ่นดังกล่าว เป็นการอ้างอิงมาจากรายงานของสหประชาชาติ และประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เขาหยิบยกขึ้นมานั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่ขัดแย้งกันแต่อย่างใด
"ในขณะที่ผมรับทราบมุมมองของประเทศไทย ตัวเลขนี้มาจากรายงานต่างๆของยูเอ็นและผมพาดพิงถึงพวกผู้ผลัดถิ่นเหล่านี้บนพื้นฐานของความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน โดยไม่ได้คำนึงถึงข้อขัดแย้งในเรื่องของการอ้างสิทธิ์ในดินแดน" เขากล่าว
"ในเดือนหน้า ผมจะจัดทำรายงานเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาให้เสร็จสมบูรณ์ และเป็นอีกครั้งที่ผมจะติดต่อไปยังรัฐบาลไทย ระหว่างที่จัดทำรายงานฉบับนั้น ผมหวังว่าผมจะสามารถติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อที่ผมจะได้รับทราบมุมมองของพวกเขา ก่อนที่ผมจะเผยแพร่รายงานออกมา" เขากล่าว
ระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม แอนดรูว์ เรียกร้องกัมพูชาและไทยทำงานร่วมกัน เพื่อรับประกันว่าพลเมืองผู้พลัดถิ่นจะได้กลับสู่ถิ่นฐานอย่างปลอดภัย โดยสมัครใจและอย่างมีเกียรติ ความเห็นของเขากระตุ้นเสียงตอบโต้จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย ซึ่งบอกว่าผู้ดำรงตำแหน่งในกลไกพิเศษของสหประชาชาติควรยึดมั่นในหลักความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและความน่าเชื่อถือ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ไทย โต้แย้งว่า แอนดรูว์ พึ่งพิงข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและปฏิเสธข้อบ่งชี้ที่ว่า ไทย กำลังยึดครองดินแดนของกัมพูชา
แม้มีประเด็นโต้เถียงกัน แต่ แอนดรูว์ เน้นย้ำว่าสิ่งที่เขาให้ความสำคัญสูงสุด ยังเป็นความผาสุกของพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ไม่ใช่คำกล่าวอ้างช่วงชิงดินแดนกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย "ผมอาจไม่ได้พูดเน้นย้ำมากพอเกี่ยวกับความสำคัญของการคลี่คลายความขัดแย้งอย่างรวดเร็วและสันติวิธี เพื่อที่ประชาชนจะสามารถกลับสู่บ้านเรือนของพวกเขา มีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัย และคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจที่การค้าชายแดนสามารถมอบให้"
(ที่มา:พนมเปญโพสต์)

