ข่าวปนคน คนปนข่าว
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ เป็น 3 องค์กรอิสระ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ที่ถูกพูดถึงบ่อย เพราะมีหน้าที่ ตรวจสอบ ถ่วงดุล ตัดสินข้อขัดแย้งของฝ่ายการเมืองโดยตรง
ความคาดหวังของประชาชน ย่อมอยากเห็นองค์กรอิสระ มีความเป็นกลาง บังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส และการอธิบายเหตุผลของคำวินิจฉัย ให้สังคมยอมรับ
แต่ขณะนี้ องค์กรอิสระกลับถูกสังคมตั้งคำถามว่า เป็นอิสระจริงหรือไม่ มีความโปร่งใส เป็นกลางจริงหรือไม่ เหตุเพราะมีภาพของ “ขั้วการเมืองสีน้ำเงิน” ซ้อนทับอยู่
และตอนนี้ กกต.กำลังเผชิญวิกฤตความน่าเชื่อถือหนักสุด!
ประเด็นที่ถูกวิจารณ์มาก ได้แก่ การดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ที่ไม่สามารถจัดการกับการทุจริต ซื้อเสียงได้ ใช้เวลานานว่าจะรับรองผล ส่วนใหญ่จะออกมาในแนวทาง “ปล่อยผี” ไปก่อน แล้วสอบทีหลัง สุดท้ายก็ไม่ได้สอยใคร
การรับรองผลเลือก สว.ทั้งที่มีข้อร้องเรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะ“คดีฮั้วเลือกสว.” ที่ประชาชนคาดหวังว่าจะมีความคืบหน้าเร็วกว่านี้ แต่กลับเหมือนถูกยื้อ ถูกดอง
แม้ กกต.จะยืนยันว่าทุกคดี ต้องอาศัยพยานหลักฐาน และ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายก็ตาม
แต่ประชาชน รู้สึกว่า กกต.ใช้กฎหมายอย่างสองมาตรฐาน !!
ที่สำคัญคือ ตัวกรรมการ กกต. ที่ได้รับการแต่งตั้ง จาก “สว.สีน้ำเงิน” ที่กำลังมีข้อครหาว่า ได้เข้ามาเป็นสว.ด้วยวิธีการ “ฮั้ว”
ตามกฎหมายกำหนดให้มีกกต.ได้ 7 คน ดำรงตำแหน่งได้ 7 ปี หรือไม่เกินอายุ 70
ปัจจุบันมี กกต.ครบ 7คน แต่ในจำนวนนี้ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ครบวาระแล้วแต่จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะสรรหาฯ แล้วที่ประชุมวุฒิ เห็นชอบคนใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาสรรหาใหม่ไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ผู้เหมาะสม
ส่วน กกต.ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาชุดปัจจุบัน มี 4 คน
1.นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. 2. นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ 3. นายณรงค์ รักร้อย และ 4. จิรุตม์ วิศาลจิตร
ส่วน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายชาย นครชัย เป็นคนเก่า ที่มาจากการเห็นชอบของวุฒิสภาชุดก่อน
สรุปว่า กกต. 7 คน จะมี 5 คน ที่ได้รับความเห็นชอบจาก สว.ชุดปัจจุบัน
การอยู่ครบวาระ หรือพ้นจากตำแหน่งก่อนเนื่องจากอายุ 70 ปี กกต.ทั้ง 6 คน จะดำรงตำแหน่งเกินปี 2571 ถึงจะเริ่มพ้นจากตำแหน่งด้วย 2 เหตุผล ดังกล่าว
สำหรับ “นายแสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ผู้มีบทบาทสำคัญ ในการกลั่นกรองเรื่องก่อนส่งให้ที่ประชุมกกต.ชุดใหญ่ พิจารณา ซึ่งถูกมองว่าเป็นคนในเครือข่าย “บุรีรัมย์คอนเนกชัน” หากยึดตามสัญญาจ้าง จะดำรงตำแหน่งครบ 5 ปี ตามสัญญาจ้าง ในวันที่ 31 มีนาคม 2570
ว่ากันว่า ก่อนหน้านั้นที่ ที่ประชุมวุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบ “นายมณฑล สุดประเสริฐ” อดีต อธิบดีผังเมือง เมื่อคราวที่ คณะกรรมการสรรหาฯเสนอชื่อไปพร้อมกับ “นายจิรุตม์ วิศาลจิตร” นอกจากเพราะ นายมณฑล เป็นคนในสาย “นายทักษิณ ชินวัตร” แล้ว ยังเกิดจากการแลกดีลของ “นายฐิติเชฏฐ์” และ“นายแสวง” กับบ้านใหญ่บุรีรัมย์
โดย “นายฐิติเชฏฐ์” เสนอพร้อมจะช่วยโหวตในเรื่องการเลือกประธานกกต.ใหม่ การเลือกตั้งสส. รวมถึงคดีฮั้วสว. หากได้อยู่ยาว ซึ่งก็เข้าล็อกกับเมื่อ “นายแสวง บุญมี” ครบวาระการเป็นเลขา กกต. ในสิ้นเดือน มี.ค.70 จะทำให้นายแสวง มีคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าหน่วยงานมา ไม่น้อยกว่า 5 ปี ครบถ้วน แล้วสามารถลงสมัครเป็น กกต.ได้
ถึงเวลานั้น เมื่อ“นายแสวง” ลงสมัคร และที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต. “นายฐิติเชฏฐ์” จึงค่อยลุกจากเก้าอี้ เมื่อมีบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายแสวง เป็น กกต.ใหม่
ขบวนการ “สีน้ำเงิน” ในกกต. เขาจะเอากันอย่างนี้ !

