ราคาน้ำมันขยับขึ้นมากกว่า 3 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) จากข่าวคณะกรรมาธิการรัฐสภาชุดหนึ่งของอิหร่านกำลังทบทวนร่างกฎหมายที่จะแบนเรือสหรัฐฯและอิสราเอลจากช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจัยนี้ก่อความกังวลโหมกระพือความตึงเครียดรอบใหม่ ฉุดให้ทองคำทรงตัว ขณะที่วอลล์สตรีทปรับลด นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการบริษัทชุดล่าสุด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 2.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 77.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 3.04 ดอลลาร์ ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรอิหร่านรานหนึ่งเปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการรัฐสภากำลังทบทวนร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง ที่จะแบนเรือของสหรัฐฯ อิสราเอลและชาติอื่นๆ ที่พิจารณาแล้วว่าเป็นปรปักษ์กับอิหร่าน จากการล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะดำเนินการปรับเรือที่ละเมิดข้อจำกัดที่เสนอนี้สูงสุด 20% ของมูลค่าสินค้า ตามรายงานของฟาร์สนิวส์
ขณะเดียวกันน้ำมันยังได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของพวกนักรบฮูตีในเยเมน ที่อ้างว่าได้โจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่ "กองประจำการของซาอุดีอาระเบีย" ในเมืองมาริบและฮาดราเมาท์ ในเยเมน เมื่อวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) พร้อมอ้างว่าได้สังหารหรือทำให้นักรบที่เป็นพันธมิตรกับซาอุดีอาระเบียได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปหลายร้อยคน รวมถึงทำลายค่านทหาร คลังอาวุธและยานยนต์
ส่วนราคาทองคำแกว่งตัวปรับลดเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) หลังราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นจากข่าวอิหร่านกำลังทบทวนออกข้อจำกัดต่อเรือของชาติที่เป็นปรปักษ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและก่อความคาดหมายว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 5.60 ดอลลาร์ หรือ 0.1% ปิดที่ 4,299.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) นักลงทุนทบทวนพิจารณารายงานผลประกอบการบริษัทต่างๆที่เผยแพร่ออกมาชุดล่าสุด และจับตามองไปที่สัญญาณความคืบหน้าในการมุ่งหน้าสู่ข้อตกลงสันติภาพระหว่างอเมริกากับอิหร่าน
ดาวโจนส์ ลดลง 464.02 จุด (0.85 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 53,885.10 เอสแอนด์พี ลดลง 13.59 จุด (0.18 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,709.96 จุด แนสแดค ลดลง 15.09 จุด (0.06 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,348.35 จุด
นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของหลายบริษัทที่มีกำหนดเผยแพร่ออกมาเร็วๆนี้ หลังจากที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัทส่วนใหญ่ออกมาแข็งแกร่ง ช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายจำนวนมหาศาลของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ได้บ้าง
อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯยังได้แรงพยุงจากมุมมองในแง่บวกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการยุติความเป็นปรปักษ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้ทั้งดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงกลางสัปดาห์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

