"โทน บางแค"ยืนกรานปฏิเสธคดีหลอกขายกล้องส่องพระ ขอไม่ให้การชั้นสอบสวน ผบก.ปอศ.เผยยึดของกลางอื้อ - คาดมีผู้ตกเป็นเหยื่อ 40-50 คน รวม มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท
วันนี้ ( 6 ส.ค.) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจับกุม นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1079/2569 ลงวันที่ 31 ก.ค.69 ข้อหา “ฉ้อโกง,ฉ้อโกงประชาชน และ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” หลังนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักและบริษัทพระเครื่องของนายโทนทองนั้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีได้หลายรายการ อาทิ กล้องส่องพระซึ่งเป็นวัตถุพยานในล็อตตามคดีประมาณ 10 ตัว ใบโบรชัวร์โฆษณาสินค้า เอกสารประกอบต่าง ๆ เสื้อ และตราประทับบริษัท
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า คดีนี้เป็นคนละส่วนกับคดี “มาดามเก่ง” ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม โดย บก.ปอศ. รับผิดชอบเฉพาะคดีกล้องส่องพระ ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของโทน บางแค เข้าแจ้งความไว้แล้ว 12 ราย มูลค่าความเสียหายในส่วนที่ร้องทุกข์ประมาณ 3.2 ล้านบาท โดยพฤติการณ์คือผู้ต้องหาโฆษณาขายกล้องส่องพระอ้างว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ด แต่จากการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้นำเข้า และพยานหลักฐาน พบว่าไม่ได้เป็นรุ่นลิมิเต็ดตามอ้าง และมีคุณภาพเทียบเท่ากล้องราคา 1,000 บาทเศษ แต่กลับนำมาหลอกขายในราคาสูงถึงตัวละกว่า 10,000 บาท
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวอีกว่า จากการประเมินคาดว่ามีผู้เสียหายรวมประมาณ 40-50 คน มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นราว 40 ล้านบาท ทั้งนี้มีผู้เสียหายบางส่วนที่ไม่ประสงค์ดำเนินคดีเนื่องจากได้รับการชดใช้ความเสียหายแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่านายโทนหลบหนีนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยเจ้าหน้าที่นำหมายจับเข้าตรวจค้นบ้านพัก และเมื่อนายโทนทราบเรื่องจึงเดินทางมาพบ ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า เบื้องต้น นายโทนทอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอไม่ให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน จากนั้นได้นำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือและสอบปากคำตามขั้นตอน ส่วนการประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ผกก.4 บก.ปอศ. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานเบื้องต้น ยังพบว่าผู้กระทำความผิดมี นายโทนทอง เพียงผู้เดียว ยังไม่พบผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ส่วนรายละเอียดเงินหมุนเวียนในบัญชี ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับการสืบสวนในคดีอื่น

