xs
xsm
sm
md
lg

นักวิเคราะห์มอง “มินอ่องหล่าย” เยือนไทยหวังสร้างความชอบธรรม ด้านกรุงเทพฯ เดินหน้าหนุนการมีส่วนร่วมเต็มสูบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีของพม่าเริ่มการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการวันนี้ (6) ขณะที่กรุงเทพฯ พยายามผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมอีกครั้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและกลุ่มอาเซียน

ผู้นำพม่าถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ตั้งแต่ปี 2564 เมื่อมิน อ่อง หล่าย ก่อรัฐประหารต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี ที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปราว 100,000 คน

นายพลเกษียณผู้นี้ตกเป็นเป้าของการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกและกำลังแสวงหาความชอบธรรมในระดับนานาชาติ นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน ที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งที่พรรคซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพได้รับชัยอย่างท่วมท้น โดยไม่มีพรรคฝ่ายค้านที่มีอำนาจเข้าร่วม

ไทยจะเป็นประเทศที่ 4 ที่ มิน อ่อง หล่าย เดินทางเยือนในฐานะประธานาธิบดี ต่อจากจีน อินเดีย และลาว โดยเขาจะพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าร่วมการประชุมธุรกิจไทย-พม่า

นายกฯ อนุทิน กล่าวเมื่อวันอังคาร (4) ว่านโยบายของไทยคือ “การส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสมและค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อรักษาช่องทางการติดต่อกับพม่า และผลักดันให้พม่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของแผนสันติภาพที่นำโดยอาเซียน ที่หยุดชะงักไป ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปรับความสัมพันธ์กับกลุ่มภูมิภาคให้เป็นปกติ

“หากพม่าได้รับเชิญกลับเข้าร่วมอาเซียน จะเป็นการเปิดเส้นทางสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศตะวันตกที่ยังคงต่อต้านรัฐบาลทหาร” มอร์แกน ไมเคิลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพม่า กล่าว

เขากล่าวเสริมว่า พม่าได้รับการยอมรับจากอินเดีย จีน รัสเซีย และไทยแล้ว ทำให้การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเป็นสิ่งที่มีไว้ก็ดี มากกว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น

มิน อ่อง หล่าย ในฐานะประธานาธิบดี ได้เน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดของเขาคือสันติภาพ แต่อย่างไรก็ตาม กองทัพพม่ากลับเพิ่มการโจมตีพลเรือนอย่างมาก รวมถึงการโจมตีทางอากาศที่เข้มข้นขึ้น ตามการรายงานของหน่วยงานตรวจสอบความขัดแย้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เดวิด แมทธีสัน นักวิเคราะห์อิสระด้านพม่ากล่าวว่าการรณรงค์ของพม่าเพื่อกลับเข้าอาเซียนนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องของสถานะล้วนๆ สำหรับมิน อ่อง หล่าย

“เขาต้องการให้คนมองว่าเขาเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของอาเซียนในด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งกลับปฏิเสธแผนสันติภาพของกลุ่มอย่างสิ้นเชิง” แมทธีสัน ระบุ

นักวิเคราะห์กล่าวว่าในขณะที่แนวทางของไทยอาจเสริมอิทธิพลของประเทศภายในอาเซียน แต่ไทยก็จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการแสดงออกว่ารับรอง มิน อ่อง หล่าย ในขณะที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับแผนสันติภาพ

“สิ่งที่ไทยได้รับคือบทบาทที่แข็งแกร่งขึ้นภายในอาเซียนในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างรัฐบาลชุดใหม่ของพม่ากับอาเซียน มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างการกลับมามีส่วนร่วมและการรับรองความชอบธรรมของมิน อ่อง หล่าย” รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าอนุญาตให้ซูจี ที่ถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่การรัฐประหาร ได้พบกับผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) หลังจากที่เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสุขภาพ ความเป็นอยู่ และที่อยู่ของเธอมานานหลายปี ซึ่งรศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวอาจสนับสนุนเหตุผลของไทยในการมีส่วนร่วม

การเยือนของมิน อ่อง หล่าย ยังเกิดขึ้นในขณะที่ไทยพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับพม่าที่อุดมด้วยทรัพยากร โดยเวทีการประชุมทางธุรกิจในวันพฤหัสฯ จะมุ่งเน้นที่การค้าและการลงทุน

ด้วยการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงแรม ธนาคาร และการผลิต ไทยจึงเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในพม่า โดยอยู่ในอันดับเดียวกันกับสิงคโปร์และจีน ในฐานะแหล่งทุนต่างประเทศหลัก เมื่อนับถึงปลายปี 2568

การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของไทยอยู่ในภาคพลังงาน ภาคส่วนที่คิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของการลงทุนจากต่างประเทศในพม่า โดยบริษัทพลังงานรายใหญ่ของไทยอย่าง บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานอยู่ในแหล่งก๊าซธรรมชาติกลางทะเลที่สำคัญที่สุด 2 แห่งของพม่า คือ แหล่งยาดานา และแหล่งซอติก้า

ดุลการค้าเกินดุลของไทยกับพม่าลดลงอย่างมากนับตั้งแต่การระบาดใหญ่และการรัฐประหารปี 2564 โดยการส่งออกของไทยลดลงอย่างมาก ในขณะที่การนำเข้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นก๊าซธรรมชาติยังทรงตัว ตามข้อมูลของดร.กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานธุรกิจไทย-พม่า

ดร.กริช กล่าวว่าการส่งออกของไทยไปยังพม่ามีมูลค่าประมาณ 67,000 ล้านบาท ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ เทียบกับมากกว่า 800,000 ล้านบาทต่อปี ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ โดยการส่งออกได้รับผลกระทบจากการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนที่เข้มงวดขึ้นของเนปีดอและผลกระทบจากสงครามกลางเมืองต่อการค้าชายแดน

“ผมมองว่าการเยือนของมิน อ่อง หล่าย เป็นท่าทีของการแสดงถึงไมตรีจิต ไม่น่าจะมีผลทางเศรษฐกิจโดยตรงมากนัก” ดร.กริช กล่าว.