xs
xsm
sm
md
lg

ตบหน้านายกฯ ความลับรั่ว ชาวบ้านสุดเสี่ยง !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรณีการ “หลุดรั่ว” ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่เผยแพร่ออกมานอกจากสร้างความเสี่ยงในด้านความเสียหายทั้งส่วนบุคคลและประเทศชาติ หากข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมและธุรกรรมผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันยังเป็นการ “ตบหน้า” รัฐบาล ตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีดีอีที่กำกับดูแล เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าไร้มาตรการรักษาความปลอดภัย หรือรับมือกับภัยประเภทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่แน่ใจว่าอีกไม่นานจะมีภาพ “หลุด” อะไรที่น่าอับอายกว่านี้ออกมาให้เห็นอีก

กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันทีเมื่อมีรายงานเรื่อง “ข้อมูลส่วนบุคคล” รั่วไหลออกไปสู่สาธารณะ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ จากเดิมมีรายงานว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลจาก กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News รั่วไหล ผ่านเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของหน่วยงานรัฐ โดยเปิดสาธารณะให้ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลจาก "ทะเบียนรถ" หรือจะเอาเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหา "การครอบครองรถ" โดยรู้ ทั้งประเภทรถ ยี่ห้อ สี ตัวถัง ครบ โดย อาจเสี่ยงต่อการนำข้อมูลไปซื้อขาย หรือ มิจฉาชีพนำไปหลอกลวงได้

ต่อมา กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล และคาดว่า จะสามารถได้ข้อสรุปว่าข้อมูลหลุดมาจากช่องทางใดบ้าง

ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ความร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการเชื่อมข้อมูล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยราชการ รวมถึงเอกชน เช่น สถานตรวจประกอบการรถเอกชน ซึ่งขณะนี้ได้ติดตามตรวจสอบกับทุกหน่วยงานแล้ว

มีรายงานว่ากรมการขนส่งทางบก กำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยทาง Cyber เช่น คณะกรรมการกำกับดูแลการปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร DPO เพื่อส่งข้อมูลการดำเนินการให้ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลส่วนบุคคล ภายใน 72 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อแจ้งการกระทำความผิดทางไซเบอร์


ขณะเดียวกันปรากฏว่า มีข้อมูลส่วนบุคคล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรี และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยมีการเผยแพร่ภาพถ่ายติดบัตรประชาชนในชุดเสื้อสีส้ม และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมไปถึงข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย และนักการเมืองคนสำคัญบางคนถูกเผยแพร่ออกไป
ล่าสุดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร กล่าวหลังเข้าพบกับ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าได้สั่งการให้กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ด้าน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงดีอีได้ส่งตัวแทนมาร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรว กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการสืบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบและประสานข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าข้อมูลที่รั่วไหลออกไปนั้นมีต้นทางมาจากระบบของกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง ซึ่งหลังจากนี้จะทำการเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทั้งสองหน่วยงาน เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป และร่องรอยการเข้าถึงระบบ เพื่อที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงของการรั่วไหลในครั้งนี้ต่อไป

สำหรับภาพของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในชุดเสื้อสีส้มที่เผยแพร่ออกไปนั้น เขายอมรับว่า เป็นภาพจริงขณะถ่ายภาพ เพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชน โดยบอก ว่า “เป็นการถ่ายนานแล้ว”

ขณะเดียวกันก็มีภาพของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ย้ำว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่ใช่เป็นการแฮ็กข้อมูล ซึ่งพบว่าเป็น IP เดียว มาจากสถานที่เดียว และมีการใช้แอ็กเคานต์ในการล็อกอิน 2 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจ แต่ขอให้รอทีมงานตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ขณะนี้ได้มีการปิดระบบไปแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลหลุดเพิ่มเติมจากช่องทางนี้


ขณะเดียวกันปรากฏว่า มีข้อมูลส่วนบุคคล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรี และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยมีการเผยแพร่ภาพถ่ายติดบัตรประชาชนในชุดเสื้อสีส้ม และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมไปถึงข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย และนักการเมืองคนสำคัญบางคนถูกเผยแพร่ออกไป
ล่าสุดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร กล่าวหลังเข้าพบกับ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าได้สั่งการให้กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ด้าน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงดีอีได้ส่งตัวแทนมาร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรว กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการสืบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบและประสานข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าข้อมูลที่รั่วไหลออกไปนั้นมีต้นทางมาจากระบบของกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง ซึ่งหลังจากนี้จะทำการเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทั้งสองหน่วยงาน เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป และร่องรอยการเข้าถึงระบบ เพื่อที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงของการรั่วไหลในครั้งนี้ต่อไป

สำหรับภาพของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในชุดเสื้อสีส้มที่เผยแพร่ออกไปนั้น เขายอมรับว่า เป็นภาพจริงขณะถ่ายภาพ เพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชน โดยบอก ว่า “เป็นการถ่ายนานแล้ว”

ขณะเดียวกันก็มีภาพของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ย้ำว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่ใช่เป็นการแฮ็กข้อมูล ซึ่งพบว่าเป็น IP เดียว มาจากสถานที่เดียว และมีการใช้แอ็กเคานต์ในการล็อกอิน 2 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจ แต่ขอให้รอทีมงานตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ขณะนี้ได้มีการปิดระบบไปแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลหลุดเพิ่มเติมจากช่องทางนี้

จากการระบุของ นายไชยชนก ที่พยายามชี้ให้เห็นว่า ภาพหลุดดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการเมือง โดยมีการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แถลง

แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายไหน เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือ นักการเมืองหรือไม่ก็ตาม แต่กรณี “ข้อมูลรั่วไหล” หรือ “หลุด” ออกมาแบบนี้ถือว่า “อันตราย” มาก เพราะข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากที่ถูกเผยแพร่ออกมาย่อมเป็นไปได้ว่าอาจถูกใช้ในการก่ออาชญากรรมในหลายมิติ และที่สำคัญยังไม่รู้อีกว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหลุดรั่วไปนานเท่าใดแล้ว รวมไปถึงมีจำนวนเท่าใดกันแน่

อีกทั้งมีการระบุจาก “ตำรวจไซเบอร์” ว่าต้นตอการ “รั่ว” เริ่มมาจาก กรมการขนส่งทางบก และ “กรมการปกครอง” โดยหน่วยงานหลังสังกัดกระทรวงมหาดไทย ในสังกัดการภายใต้การบริหารของ นายอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำลังเกิดเรื่องอื้อฉาวจากกรณีทุจริตการสอบส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในเวลานี้

กรณีการ “หลุดรั่ว” ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่เผยแพร่ออกมานอกจากสร้างความเสี่ยงในด้านความเสียหายทั้งส่วนบุคคลและประเทศชาติ หากข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมและธุรกรรมผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันยังเป็นการ “ตบหน้า” รัฐบาล ตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีดีอีที่กำกับดูแล เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าไร้มาตรการรักษาความปลอดภัย หรือรับมือกับภัยประเภทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่แน่ใจว่าอีกไม่นานจะมีภาพ “หลุด” อะไรที่น่าอับอายกว่านี้ออกมาให้เห็นอีก !!