ก.ล.ต.หอบหลักฐานเพิ่มเติมให้ตำรวจ ปอศ. เอาผิด อดีต 2 ผู้บริหาร Bitkub ปกปิดข้อมูลสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า 16 สกุล มูลค่ากว่า 1.7 พันล้านบาท ถูกโจรกรรมเมื่อปี 64 เผย "ท็อป จิรายุส" รอดคดี
วันนี้ (5 ส.ค.) ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.3 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.วรัท เสริมสุจริต สารวัตรสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อให้ปากคำและนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้กรณีที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และอดีตกรรมการบริษัทก่อนหน้านี้
โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งได้ให้ข้อมูลว่า
มีการตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือน พ.ค.2564 Bitkub ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวน 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ถูกโอนออกจากศูนย์ซื้อขาย
ต่อมา ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า ในช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ทาง Bitkub ไม่ได้รายงานข้อมูลเหตุการณ์ถูกโจรกรรมดังกล่าวลงในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ.1) ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยยอดทรัพย์สินไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 เรื่องการลงข้อความเท็จในเอกสาร
ในขณะเกิดเหตุ นายสกลกรย์ สระกวี และ นายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ เป็นกรรมการของ Bitkub ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน ดจ.1 บุคคลทั้งสองจึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับทางบริษัท ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังได้ลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ.1 ซึ่งเป็นเอกสารของบริษัท เพื่อลวง ก.ล.ต. ให้หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้ตามปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น เข้าข่ายเป็นการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย
นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังได้ลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ.1 ซึ่งเป็นเอกสารของบริษัท เพื่อลวง ก.ล.ต. ให้หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้ตามปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น เข้าข่ายเป็นการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย
เหตุนี้ทำให้ ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษผู้กระทำความผิดรวม 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด, นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ (ปัจจุบันทั้งสองเป็นอดีตกรรมการของ Bitkub) โดยไม่มีชื่อของ ท็อป จิรายุส หรือ นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้นำสูงสุดของกลุ่มบิทคับ แต่อย่างใด

