xs
xsm
sm
md
lg

บทเรียนราคาแพง! 2 มือเผาป่าอุทยานฯรามคำแหง ศาลสั่งคุก 10 ปี ปรับเกือบ 10 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ขอบคุณภาพข้อมูลจาก FB สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก
สุโขทัย/ตาก – อุทาหรณ์มือเผา อย่าคิดว่าจุดไฟแล้วเผ่น ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น..ล่าสุด 2 มือเผาป่าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เมืองสุโขทัย กลางเมษาฯ69 เจอจนท.ถ่ายภาพไว้ได้ ก่อน สบอ.14 ตาก ประสานผู้นำชุมชน ตามถึงบ้าน-ส่งฟ้องศาล ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ปรับเกือบ 10 ล้าน

ขอบคุณภาพข้อมูลจาก FB สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก
เฟซบุ๊กแฟนเพจของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยระบุว่า “ไม่รอด! ศาลสั่งจำคุก 10 ปี ปรับเกือบ 10 ล้าน 2 มือเผาป่าอุทยานฯรามคำแหง สบอ.14 (ตาก) เดินหน้าปราบปรามเด็ดขาด

บทเรียนราคาแพง! สบอ.14 (ตาก) ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง และผู้นำชุมชน ลุยสืบตามรอยจับกุม 2 มือเผาป่า ล่าสุดศาลจังหวัดสุโขทัยสั่งลงโทษจำคุก รวมคนละ 10 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐพุ่งสูงเกือบ 10 ล้านบาท ย้ำเตือนประชาชน เผาป่ามีโทษหนักทั้งจำและปรับ หมดอนาคตทันที

ขอบคุณภาพข้อมูลจาก FB สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก
“ย้อนรอยปฏิบัติการ ควันไฟฟ้อง ไร้รอดสายตาเจ้าหน้าที่” เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ได้สั่งการให้นายวิชัย ท้าวใจวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง และนายสรวัช หนูพินิตร์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าเขาหลวง ลุยพื้นที่ดับไฟป่าบริเวณป่าโซกพระร่วงลองพระขรรค์ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย

ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นกลุ่มควันไฟเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ฝั่งตรงข้าม และพบบุคคลสวมเสื้อสีส้ม 2 คนวิ่งลงมาจากเขา แม้จำเลยทั้งสองจะปฏิเสธและขับรถจักรยานยนต์หลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพหลักฐานไว้ได้ทันที

ด้วยการประสานงานอย่างรวดเร็วร่วมกับผู้นำชุมชน นำโดยนายประดิษฐ์ อู่ขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านเชตุพน พร้อมทีมงาน ได้แกะรอยตามภาพถ่ายจนรู้ตัวผู้กระทำผิด เข้าตรวจสอบถึงบ้านพัก จนกระทั่งจำเลยทั้งสองจำนนด้วยหลักฐาน และยอมรับสารภาพว่าเป็นคนจุดไฟเผาป่าจริง

ขอบคุณภาพข้อมูลจาก FB สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก
“วิบากกรรมคนเผาป่า ศาลสั่งจำคุก 10 ปี ชดใช้เกือบ 10 ล้าน”..ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ศาลได้ออกนั่งพิจารณาและอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ589/2569 โดยตัดสินว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดจริงตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (1) และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 การกระทำดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงถึง 20 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 10 ปี (โดยไม่รอลงอาญา) โทษทางแพ่ง สั่งปรับและให้ชดใช้ค่าเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเงินสูงถึง 9,971,976 บาท

ด้านนายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ได้เน้นย้ำว่า ผืนป่าไม่ใช่ที่จุดไฟเผาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ปัจจุบันกฎหมายป่าไม้และอุทยานฯ มีบทลงโทษที่รุนแรงมาก ทั้งจำคุกหลายปี และโทษปรับที่สูง จนอาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล ขอเตือนผู้ที่คิดจะเผาป่า หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินคดีขั้นสูงสุดโดยไม่มีการละเว้น

อย่าตกเป็นเหยื่อความคึกคะนอง หรือความเข้าใจผิดๆ ว่า "เผาป่าแล้วไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น" เคสจำคุก 10 ปี และปรับเกือบ 10 ล้านบาทที่เกิดขึ้น เป็นหลักฐานชัดเจนแล้วว่า เจ้าหน้าที่ตามจับได้จริง และศาลลงโทษจริง

ขอบคุณภาพข้อมูลจาก FB สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก