เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงความพร้อมของ CE-7 MATCH อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ฉางเอ๋อ 7 (Chang’e 7) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 24 ส.ค. 2569 นับเป็นครั้งแรกที่ผลงานวิจัยของไทยได้ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับนานาชาติ
.
ภารกิจครั้งนี้ NARIT ได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส และ ซี (ประเทศไทย) ผู้บริหารแพลตฟอร์มชอปปิ้ (Shopee) ในประเทศไทย ถ่ายทอดสดการปล่อยจรวด Long March-5 Y14 พร้อมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อให้ประชาชน นักเรียน และเยาวชนทั่วประเทศได้ร่วมติดตามเหตุการณ์สำคัญและเรียนรู้จากภารกิจจริง
.
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. กล่าวว่า ความสำเร็จของ CE-7 MATCH เป็นผลจากการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาบุคลากร การสร้างองค์ความรู้ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และพันธมิตรต่างประเทศ จนสามารถยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ และต่อยอดจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่การสร้างเทคโนโลยีของไทยเอง
.
รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศผู้สร้างนวัตกรรม โดยใช้องค์ความรู้ของคนไทยเป็นฐานพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งจะเป็นหนึ่งใน New Growth Engine ของประเทศ ทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว
.
ด้านนายวิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ NARIT กล่าวว่า CE-7 MATCH เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ชิ้นแรกที่ออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย และได้รับคัดเลือกให้ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับนานาชาติ โดยใช้เวลาเพียง 2 ปีในการออกแบบ พัฒนา ประกอบ และทดสอบจนพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจในอวกาศ สะท้อนศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักวิจัยไทยที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีตามมาตรฐานระดับโลก
.
สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ แต่คือการสร้างบุคลากรไทยที่มีประสบการณ์จากการพัฒนาเทคโนโลยีจริง ตั้งแต่การออกแบบ การสร้าง การทดสอบ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทยในอนาคต พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมติดตามการปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 และร่วมส่งกำลังใจให้ผลงานของคนไทยเดินทางสู่ดวงจันทร์
.
ส่วนนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนผ่านการเรียนรู้ด้าน STEM และ STEAM Education โดยภารกิจ CE-7 MATCH จะเป็น “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากภารกิจอวกาศจริงเข้าสู่ห้องเรียน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนสนใจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และนวัตกรรม พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ กระทรวงศึกษาธิการจึงร่วมกับ NARIT จัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการปล่อยยาน เพื่อเปิดโอกาสให้ครู นักเรียน และสถานศึกษาทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมกับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย
.
สำหรับ CE-7 MATCH (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope) เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมพัฒนาภายใต้ความร่วมมือไทย-จีน ในโครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station : ILRS) มีภารกิจตรวจวัดรังสีคอสมิก หรืออนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เพื่อทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมด้านรังสีในอวกาศ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการสำรวจอวกาศระยะยาวและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต
.
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมรับชมการถ่ายทอดสดการปล่อยยาน ฉางเอ๋อ 7 ได้ในวันที่ 24 ส.ค. 2569 ผ่านช่องทางของ NARIT กระทรวงศึกษาธิการ, ไทยพีบีเอส และแพลตฟอร์มออนไลน์ของพันธมิตร เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์และอวกาศไทย
......
Sondhi X

