กลายเป็นประเด็นร้อนหลังจาก กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ชงร่างกฎกระทรวง ห้ามรถยนต์รับจ้างสามล้อ หรือ “ตุ๊กตุ๊ก” เครื่องยนต์สันดาป เดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเฉพาะพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมมหาราชวังและโบราณสถาน เว้นแต่เป็น “ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV)” และพ่วงอำนาจเจ้าพนักงานจราจรในการกำหนดช่วงเวลา เพื่อควบคุมและจัดระเบียบมลพิษทางเสียงและอากาศ
ขณะเดียวกัน เกิดเสียงสะท้อนจากฝั่งผู้ประกอบการผ่านกลุ่ม Tuk Tuk Racing CLUB Thailand ระบุว่า “กระทบกับการทํามาหากินและเป็นการผูกขาดมากเกินไป” การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถตุ๊กตุ๊ก EV ตามแนวนโยบายรัฐจะสร้างภาระหนี้ซ้ำเติมฝั่งผู้ประกอบการ และต้องไม่ลืมว่าคนขับรถตุ๊กตุ๊กส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ ดังนั้น ต้องมีมารตรการรองรับอย่างรอบคอบหากต้องการจัดระเบียบรถตุ๊กตุ๊กในพื้นที่เมืองอย่างยั่งยืน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ห้ามเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน พ.ศ. .... โดยมีหลักการที่สำคัญ คือ ห้ามรถยนต์รับจ้างสามล้อเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน เว้นแต่เป็นรถยนต์รับจ้างสามล้อไฟฟ้า หรือช่วงเวลาตามที่เจ้าพนักงานจราจรประกาศกำหนด โดยอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ก่อนจะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาปรับปรุงและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
โดยหลักการระบุว่าเนื่องจากกรุงเทพมหานครชั้นในเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญของประเทศไทย เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระอารามหลวงต่างๆ รวมทั้ง เป็นที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญของชาติ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาเยี่ยมชม สมควรกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสำหรับรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อควบคุมและจัดระเบียบมลพิษทางเสียงและอากาศให้เกิดความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม หลังมีการเปิดฟังประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว กลุ่มผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊ก สะท้อนว่าเป็นการซ้ำวิกฤตเศรษฐกิจแรงงานหาเช้ากินค่ำ สะเทือนโครงสร้างอาชีพผู้ขับขี่ตุ๊กตุ๊ก ดังนั้น รัฐต้องพิจารณาอย่างรอบด้านโดยเฉพาะมาตรการรองรับฟากฝั่งผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เผยตัวเลขรถยนต์รับจ้างสามล้อ Motortricycle Taxi (Tuk Tuk) (รย. 8) จดทะเบียนสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 8,582 คัน ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เผยตัวเลขจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) รวมทั้งสิ้น 1,056 คัน
กล่าวสำหรับ รถตุ๊กตุ๊ก เป็นไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทย ในมิติด้านการท่องเที่ยวรถตุ๊กตุ๊กไทยมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้วยอัตลักษณ์เฉพาะตัว
ท็อฟฟี่ ผู้ประกอบการในวงการรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งชมรม Tuk Tuk Racing CLUB Thailand ให้สัมภาษณ์ไว้ความว่า ต่างชาติไม่ได้บินมาไทยเพื่อนั่งรถ EV แต่ต้องการมานั่งรถตุ๊กตุ๊กไทยเพราะเสน่ห์ดั้งเดิมที่ไม่มีที่ไหนในโลก ถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนเป็น EV ทั้งหมด เอกลักษณ์ตรงนี้จะหายไป
โดยปัจจุบันมีการให้บริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทเอกชนวางระบบวิ่งรับงานผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งไม่เป็นที่นิยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นอกจากนี้ ในมิติด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องการก่อมลพิษทางอากาศ ข้อมูลจากผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊กบ่งชี้ว่า ปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างที่วิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน จากยอดจดทะเบียนกว่า 8,000 กว่าคันนั้น โดยนำมาวิ่งให้บริการจริงหลายพันคันไม่มีรถใช้น้ำมันวิ่ง ซึ่งแทบทั้งหมดได้เปลี่ยนมาใช้ระบบแก๊ส LPG เต็มระบบ ทว่า กฎหมายยังจัดอยู่ในหมวดเครื่องยนต์สันดาป ดังนั้น เรื่องมลพิษทางอากาศเรื่องควันดำ รถตุ๊กตุ๊กแทบไม่มีผลกระทบ
ขณะที่ เรื่องมลพิษทางเสียงซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าตุ๊กตุ๊กบางคันดัดแปลงท่อไอเสียจนเสียงดังเกินมาตรฐานก่อปัญหาขึ้นจริง แต่ผู้ประกอบการมองว่าการสั่งห้ามวิ่งทั้งหมดเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ อีกทั้ง ตามกฎหมายมีการคุมทั้งเรื่องระดับเสียงและมาตรการตรวจสภาพรถบังคับใช้อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ควรไปเข้มงวดกับรถที่กระทำผิดกฎหมายบังคับใช้อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ดี ฝั่งผู้ประกอบการตุ๊กตุ๊กไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนผ่านสู่ EV เพียงแต่มีความกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น หากรัฐเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ต้องมีมาตรการรองรับชัดเจน ประการสำคัญ หากขาดการเยียวยาที่ตรงจุด ร่างกฎกระทรวงฯ ฉบับนี้ อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งใหม่บนท้องถนนกรุงเทพฯ
มาตรการดังกล่าวเป็นเสมือนเหรียญสองด้าน ในมุมหนึ่งเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว (Green Tourism) ประเทศไทยจะกลายเป็นโมเดลตัวอย่างในการปรับใช้ระบบขนส่งดั้งเดิมให้เป็นพลังงานสะอาด ตลอดจนคุณภาพอากาศจะลดการปล่อยคาร์บอนและฝุ่น PM2.5 ในเขตที่มีความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวสูง รวมทั้ง ประหยัดค่าพลังงานระยะยาว หากผู้ขับขี่ตุ๊กตุ๊กเปลี่ยนมาใช้ EV จะลดต้นทุนด้านพลังงาน
ขณะเดียวกัน ข้อกังวลและอุปสรรคโดยเฉพาะภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งการเปลี่ยนจากรถเดิมเป็น ตุ๊กตุ๊ก EV มีต้นทุนสูง ลำพังพี่น้องคนขับตุ๊กตุ๊กอาจไม่มีกำลังทุนเพียงพอหากไม่มีมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานอย่างแท่นชาร์จในเขตเมืองเก่ามีเพียงพอหรือไม่ สถาปัตยกรรมในเกาะรัตนโกสินทร์มีข้อจำกัดเรื่องการติดตั้งสถานีชาร์จขนาดใหญ่ เป็นต้น
สุดท้ายหากมีการจัดระเบียบ “รถตุ๊กตุ๊ก EV” ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน จะเกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของตุ๊กตุ๊กไทย.

