xs
xsm
sm
md
lg

ข้าราชการเจอออฟฟิศซินโดรม เบิกค่านวดแผนไทยจนงบฯ พุ่ง กรมบัญชีกลางจ่อคุมเข้มการเบิกให้รัดกุม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ภาพ : โรงพยาบาลทหารผ่านศึก
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากสถิติการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล พบว่าผู้รับสวัสดิการมีความเจ็บป่วยด้วย "กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง" หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) จำนวนเพิ่มขึ้น และกลุ่มโรคนี้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก
.
จากข้อมูลผลการเบิกจ่ายค่ายาในระบบเบิกจ่ายตรง ประจำปีงบประมาณ 2568 พบว่าโรคที่มีมูลค่าการเบิกจ่ายสูงสุด คือ โรคเส้นเลือดในสมองแตก/อุดตัน ผู้ป่วย 2.03 ล้านราย มูลค่า 7,791.16 ล้านบาท รองลงมาคือ โรคเบาหวาน ผู้ป่วย 6.1 แสนราย มูลค่า 6,202.11 ล้านบาท และอันดับสาม โรคไขมันในหลอดเลือดสูง ผู้ป่วย 1.59 ล้านราย มูลค่า 3,487.50 ล้านบาท
.
โดย 3 อันดับโรคที่ใช้ยามากที่สุด คือ เส้นเลือดในสมองอุดตัน ความดันโลหิต และเบาหวาน โรคเหล่านี้ล้วนมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแทบทั้งสิ้น โดยค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาพยาบาลกลุ่มโรค NCDs ทั้งระบบนั้น มีการเบิกจ่ายงบประมาณรวมกันกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี
.
นอกจากนี้ ยังพบความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การเบิกจ่ายที่น่าสนใจ คือ ค่ารักษาพยาบาลด้วยการนวดไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากพฤติกรรมการนั่งทำงานของข้าราชการที่ก่อให้เกิด โรค ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางเตรียมที่จะออกกฎเกณฑ์มาควบคุมการเบิกจ่ายในส่วนนี้ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น
.
ทั้งนี้ ค่ารักษาพยาบาลเป็นรายจ่ายที่ยากจะคาดเดาล่วงหน้าได้ และเม็ดเงินส่วนใหญ่ที่แพงที่สุด มักเกิดขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายของชีวิต การแก้ปัญหาด้านงบประมาณที่ยั่งยืน จึงไม่ใช่แค่การพยายามตัดลดงบ หรือมุ่งหาทางรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรื้อระบบความคิด (Mindset) ใหม่ โดยหันไปให้น้ำหนักกับการป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อลดอัตราการเกิดโรค NCDs ในอนาคต
.
โดยรัฐบาลจะต้องเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพตั้งแต่ในวัยเด็ก ทั้งการปลูกฝังพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต การออกกำลังกายในโรงเรียน รวมถึงส่งเสริมนโยบายลดการบริโภคความหวาน เพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดัน ซึ่งการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดโรค จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการคลังของประเทศอย่างยั่งยืน
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ตามประกาศของกระทรวงการคลัง วันที่ 12 พ.ย. 2558 กรมบัญชีกลางได้กำหนดอัตราค่าบริการสาธารณสุขเพื่อใช้สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ
หมวดที่ 15 ค่าบริการฝังเข็มและค่าบริการการให้การบำบัดของผู้ประกอบโรคศิลปะอื่น โดยค่าบริการบำบัดรักษาโรคและการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนไทย สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามรายการและไม่เกินอัตราที่กำหนด และให้เบิกได้เฉพาะกรณีการบำบัดรักษาโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
.
ทั้งนี้ การเบิกนั้นต้องมีใบรับรอง ซึ่งออกโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษาโรคและการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนไทยเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย โดยใบรับรองนั้นต้องระบุโรค หรืออาการ ระยะเวลาในการเริ่มต้น และสิ้นสุดการรักษาในแต่ละครั้งอย่างชัดเจน หรือรอบของการรักษาอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ในแต่ละรอบต้องไม่เกิน 1 เดือน
.
สำหรับค่านวดเพื่อการบำบัดรักษาโรค (รหัส 58101) เบิกได้ 200 บาท ราคาเหมาจ่าย รวมค่าบริการทางการแพทย์ ไม่เกินวันละ 1 ครั้งและต้องไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์, ค่านวดเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ สำหรับผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคสันนิบาต และการฟื้นฟูมารดาหลังคลอด (รหัส 58102) เบิกได้ 200 บาท ราคาเหมาจ่ายรวมค่าบริการทางการแพทย์ ไม่เกินวันละ 1 ครั้งและต้องไม่เกิน 5 ครั้งต่อสัปดาห์ กรณีการฟื้นฟูมารดาหลังคลอดไม่เกินวันละ 1 ครั้ง รวมไม่เกิน 5 ครั้งภายใน 3 เดือนหลังคลอด
.
ค่านวดและประคบสมุนไพรเพื่อการบำบัดรักษาโรค (รหัส 58130) เบิกได้ 250 บาท ราคาเหมาจ่าย รวมค่าลูกประคบ และค่าบริการทางการแพทย์ ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง และต้องไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์, ค่านวดและประคบสมุนไพรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคสันนิบาต และการฟื้นฟูมารดาหลังคลอด (รหัส 58131) เบิกได้ 250 บาท ราคาเหมาจ่าย รวมค่าลูกประคบ และค่าบริการทางการแพทย์ ไม่เกินวันละ 1 ครั้งและต้องไม่เกิน 5 ครั้งต่อสัปดาห์ กรณีการฟื้นฟูมารดาหลังคลอดไม่เกินวันละ 1 ครั้ง รวมไม่เกิน 5 ครั้งภายในเดือนหลังคลอด
.
ค่าทับหม้อเกลือเพื่อการฟื้นฟูมารดาหลังคลอด (รหัส 58220) เบิกได้ 300 บาท ราคาเหมาจ่าย รวมค่าหม้อเกลือ และค่าบริการทางการแพทย์ ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง รวมไม่เกิน 5 ครั้งภายใน 3 เดือนหลังคลอด และค่าอบไอน้ำสมุนไพร สำหรับการบำบัดรักษาโรคหอบหืด ภูมิแพ้ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคสันนิบาต และการฟื้นฟูมารดาหลังคลอด เบิกได้ 120 บาท ราคาเหมาจ่าย รวมค่าสมุนไพร และค่าบริการทางการแพทย์ ไม่เกินวันละ 1 ครั้งและต้องไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ กรณีการฟื้นฟูมารดาหลังคลอดไม่เกินวันละ 1 ครั้ง รวมไม่เกิน 5 ครั้งภายใน 3 เดือนหลังคลอด
.
ทั้งนี้ การเบิกค่ารักษาพยาบาลายในวันเดียวกัน ให้เบิกได้เพียงรหัสใดรหัสหนึ่งเท่านั้น ค่ายาสมุนไพรหรือยาแผนไทยที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค ให้เบิกจ่ายในหมวดที่ 3 ค่ายาและสารอาหารทางเส้นเลือด และหมวดที่ 4 ค่ายากลับบ้าน แล้วแต่กรณี โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลัง หรือกรมบัญชีกลางกำหนด
.
อย่างไรก็ตาม ในทางปฎิบัติพบว่าไม่ใช่ข้าราชการจะวอล์กอินเข้าไปนวดได้เลย ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยก่อน ว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษาโรคและการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนไทย ก่อนออกใบรับรองเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย แล้วให้แพทย์ออกใบนัดเพื่อทำหัตถการได้ โดยบริการนวดแผนไทยที่สามารถใช้สิทธิข้าราชการได้ อยู่ในโรงพยาบาลรัฐ หรือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ อัตราค่าบริการส่วนใหญ่สูงกว่าที่เบิกได้ แต่ละครั้งข้าราชการจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างอีกต่างหาก
......
Sondhi X