รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี พิพากษาจำคุก นายหมิงเฉิน ซัน (MINGCHEN SUN) อายุ 31 ปี สัญชาติจีน เป็นเวลา 44 ปี 24 เดือน ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ยุทธภัณฑ์ และเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ในคดีหมายเลขดำที่ ท.45/2569 และคดีหมายเลขแดงที่ ท.25/2569 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทก์ฟ้องนายหมิงเฉิน ซัน กับพวก รวม 2 คน
.
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา พร้อมของกลางปืนสงคราม เครื่องกระสุน ซองกระสุน วัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซีโฟร์ (C4) อุปกรณ์ประกอบระเบิด เสื้อเกราะกันกระสุน เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ และวิทยุสื่อสาร โดยนายหมิงเฉิน ซัน เป็นผู้ครอบครองของกลางดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต ในชั้นพิจารณา นายหมิงเฉิน ซัน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความชั่วคราว พร้อมกำหนดให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องใหม่ภายใน 15 วัน และให้ออกหมายขังไว้ระหว่างดำเนินคดี
.
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของนายหมิงเฉิน ซัน จำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม แม้จำเลยจะรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา แต่เนื่องจากพฤติการณ์มีความร้ายแรง กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ จึงลดโทษให้เพียงหนึ่งในสาม พิพากษาจำคุกรวม 44 ปี 24 เดือน พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่งริบของกลางทั้งหมด ได้แก่ ปืนพก Glock ขนาด 9 มิลลิเมตร ปืนเล็กกล M4 และ M16 เครื่องกระสุนปืน ระเบิดสังหารบุคคลหลายชนิด ระเบิดซีโฟร์ เสื้อเกราะกันกระสุน หน้ากากป้องกันสารเคมี เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ ชุดรีโมตรับ-ส่งสัญญาณ และยุทธภัณฑ์อื่นที่ตรวจยึดได้
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า คดีนี้ใช้เวลาสืบสวน และดำเนินกระบวนการทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 3 เดือนนับจากวันจับกุม โดยจุดเริ่มต้นของคดี มาจากอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนายหมิงเฉิน ซัน เป็นคนขับ และมีหญิงชาวไต้หวันเป็นผู้โดยสาร ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน พบพิรุธจากอากัปกิริยาของนายหมิงเฉิน จึงตรวจค้นตามยุทธวิธี พบปืนพกสั้นออโตเมติกพร้อมแม็กกาซีน และยังพบแม็กกาซีนและกระสุนปืนของอาวุธปืนยาวเอ็มโฟร์ (M4) ภายในรถ นำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และพบของกลางดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ซึ่งเชื่อมโยงกับการทุจริตออกเอกสารทางทะเบียนราษฎร นำไปสู่การดำเนินคดีกับอดีตปลัดอำเภอในเวลาต่อมา
......
Sondhi X

