xs
xsm
sm
md
lg

จาก 'คิด เดอะริปเปอร์-ไอซ์ หีบเหล็ก-ป๋อง 5 ศพ' เมื่อครอบครัวสร้างปีศาจขึ้นมาทำลายสังคมไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ฆาตกรเลือดเย็น ไม่ได้เกิดมาพร้อมความโหดเหี้ยมเสมอไป แต่หลายคนถูกบ่มเพาะด้วยความรุนแรงจากคนในครอบครัวของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก จนกลายร่างเป็นปีศาจในวันนี้"

​คำกล่าวนี้อาจเป็นบทสรุปที่ฉายภาพได้ชัดเจนที่สุดเมื่อเรามองย้อนกลับไปดูปมชีวิตวัยเด็กของฆาตกรสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในสังคมไทยหลายคน ล่าสุดคดีของ นายฑณา หรือ "ไอ้ป๋อง" หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี ฆาตกร 5 ศพ ที่ก่อเหตุฆ่า-ข่มขืน-ฝังดินครอบครัวชาวไทย 3 คนพ่อแม่ลูก/ ฆ่าฝังดินสองพี่น้องชาวรัสเซียอีก 2 ศพ

จุดเริ่มต้นของปีศาจ ที่ชื่อว่า "ป๋อง"
ข้อมูลจาก นางสาวหนูพลอย วัย 74 ปี ป้าแท้ ๆ เล่าถึงปมอดีตของหลานชายว่า โลกไร้รักของ ด.ช.ป๋อง คือความรุนแรงมาแต่อ้อนแต่ออก เขาถูกบิดาบังเกิดเกล้าทุบตีด้วยสายไฟ ช็อตไฟฟ้า จับโยนขึ้นไปบนหลังคาให้ให้กลิ้งตกลงมาตั้งแต่อายุไม่ถึงขวบ พอโตมาหน่อย พ่อก็สอนให้ลักเล็กขโมยน้อย โดยเจาะจงจักรยานยนต์ทั่วในเมืองพัทยา หากทำงานพลาดก็จะดุด่า-ทุบตี หนักสุดใช้เชือกมัดมือแล้วขี่รถจักรยานยนต์ลากไปตามพื้นถนนคอนกรีต

วัยเด็กที่แตกสลาย การถูกกระทำทารุณกรรมจากคนที่ไว้วางใจที่สุดในชีวิต ได้ฝังเมล็ดพันธุ์ปีศาจไว้ใต้พื้นดินแห่งความเกลียดชังอย่างเงียบ ๆ มันค่อย ๆ เติบโตในความมืด รอคอยวันเพื่อจะทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า

ไอ้ป๋อง ใช้ชีวิตสุดโต่ง เดินเข้า-ออกเรือนจำเหมือนบ้านหลังที่สองด้วยคดีข่มขืน อาวุธปืน พยายามฆ่า กักขังหน่วงเหนี่ยว ปล้น ลักขโมย และยาเสพติด ก่อนจะพ้นโทษออกมาได้ไม่ถึง 2 เดือนก็ก่อเหตุสยองฆ่าฝังดิน 5 ศพ สร้างบาดแผลครั้งใหญ่ให้สังคมไทย

เมื่อเปิดแฟ้มอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราจะพบว่า "ไอ้ป๋อง" ไม่ใช่รายแรก แต่เขาคือหนึ่งในร่องรอยของ "วงจรแห่งความรุนแรงในครอบครัว" ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับฆาตกรชื่อดังหลายคนก่อนหน้านี้

แฟ้มฆาตกรต่อเนื่อง : บาดแผลเดียวกัน - รอยแผลเป็นเดียวกัน

เฉกเช่นเงื่อนปมวัยเด็กของ "สมคิด พุ่มพวง" เจ้าของฉายา "คิด เดอะริปเปอร์" ฆาตกร 6 ศพ มีชะตากรรมแทบจะถอดแบบมาจากไอ้ป๋อง เขาถูกแม่ทิ้งตั้งแต่ยังเล็ก ต้องอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงใจร้าย ที่เลี้ยงดูแบบทิ้งขว้างและใช้ความรุนแรงมาตลอดชีวิตในวัยเด็ก ทำให้สมคิดเติบโตมาโดยไม่มีกลไกสร้างความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เหยื่อของเขาคือหมอนวดสาวที่ถูกล่อลวงไปในโรงแรม ก่อนบีบ-รัดคอ หรือกดน้ำจนตายเพื่อชิงทรัพย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

รายต่อมา "ไอซ์ หีบเหล็ก"หรือ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ ฆาตกรผู้ยัดศพเหยื่อลงหีบเหล็กและฝังดิน-ทิ้งน้ำในบ้านพักย่านเพชรเกษม เขาไม่ใช่เด็กในครอบครัวยากจนปากกัดตีนถีบทั่วไป แต่เกิดมาในตระกูลเศรษฐีเก่าที่เต็มไปด้วยความรุนแรงส่งต่อดีเอ็นเอข้ามรุ่น พ่อต้องคดีฆ่าหั่นศพ แม่ถูกกล่าวหาจ้างวานฆ่าพ่อแล้วหนีไปต่างประเทศ

ชีวิตที่รายล้อมด้วยความรุนแรง คราบน้ำตา ยาเสพติด และอาชญากรรม หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหวาดระแวง ชอบกักขังและทรมานเหยื่อก่อนลงมือฆ่าอย่างเลือดเย็น

อีกราย นายหนุ่ย หรือ "ติ๊งต่าง" - ฆาตกรฆ่า-ข่มขืนเด็ก 10 ศพ แม้ไม่ได้ถูกทำร้ายทุบตีจากคนในครอบครัวโดยตรง เพราะเกิดมาเป็นเด็กกำพร้าไร้สัญชาติ ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่ที่แท้จริง โตมาในสถานสงเคราะห์ ตอน 6 ขวบถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม้จะมีครอบครัวใจบุญรับไปอุปการะตอน 7 ขวบ แต่เมื่อผู้อุปการะเสียชีวิต เขาก็ต้องกลายเป็นเด็กเร่ร่อน ขาดการศึกษา ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย จนก่อเหตุล่อลวงเด็กเล็กไปข่มขืนและบีบคอฆ่าทิ้งอย่างไร้สำนึก

ในมุมมองทางจิตวิทยาและอาชญาวิทยา มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่า "ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ถูกทำร้ายจะโตไปเป็นฆาตกร" แต่การถูกทารุณกรรมอย่างรุนแรงในวัยเด็ก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

เด็กเหล่านี้มักจะเติบโตมาพร้อมกับความบกพร่องในการสร้างสายใยทางอารมณ์ ชอบฝ่าฝืนกฎเกณฑ์สังคม ไร้ความเมตตา และไม่รู้สึกผิดเมื่อทำร้ายผู้อื่น

จิตแพทย์วินิจฉัยบุคลิกภาพลักษณะนี้ว่าเข้าข่าย "โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม" (Antisocial Personality Disorder) โดยมีภาวะ Sociopathy ที่เกิดจากบาดแผลในวัยเด็กเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ทำให้มีอารมณ์แปรปรวน หุนหันพลันแล่น และพร้อมจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงที่สะสมมาตั้งแต่จำความได้

แม้บาดแผลในวัยเด็ก ไม่ใช่ "คำแก้ตัว" ให้กับความผิดบาปอันโหดเหี้ยมที่ฆาตกรเหล่านี้ได้กระทำต่อเหยื่อผู้บริสุทธิ์ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ปีศาจอย่าง"คิด -ไอซ์ - ติ๊งต่าง -ป๋อง"ล้วนถูกสร้างมาจากความรุนแรงจากคนใกล้ตัวทั้งนั้น

คำถามจึงไม่ใช่ว่า "ทำไมเด็กไร้รักในวันนั้น ถึงโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้" แต่เป็นการตั้งคำถามย้อนกลับไปหาสังคมว่า "ทำไมเราถึงปล่อยให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมากับความเจ็บปวดทั้งกาย-จิตใจ จนกลายเป็นปีศาจแบบนี้ได้อย่างไรกัน! "