ในสมัยโบราณ การสร้างเมืองต้องมีการลง “หลักเมือง” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าจะมีการก่อตั้งบ้านเมืองขึ้น ณ แห่งหนตำบลนี้ นับว่าได้ว่าการลงหลักเมือง หรือการลง “เสาหลักเมือง” นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการสร้างเมืองต่าง ๆ เพื่อให้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเมืองที่สร้างขึ้นมา และเป็นดังหลักชัย หลักใจของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น ๆ
สำหรับหนึ่งในหลักเมืองชื่อดังของบรรดาสายมูในยุคปัจจุบันก็คือ “หลักเมืองนครศรีธรรมราช” ที่นอกจากจะเข้มขลัง ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์แล้ว หลักเมืองแห่งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งในตำนานแห่ง “จตุคามรามเทพ” อันลือลั่น ที่เคยโด่งดังก้องฟ้าเมืองไทยในช่วงปีราว พ.ศ. 2549-2550
หลักเมืองนครศรีธรรมราช หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “หลักเมืองนครศรี” ประดิษฐานอยู่ภายใน “ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช” ที่ตั้งอยู่บริเวณสนามหน้าเมือง ระหว่างถนนราชดำเนินและถนนยมราช อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2530 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของ “คนคอน” นอกจากนี้ยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ศาลหลักเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อถอนคำสาปดวงชะตาเมืองนครศรีธรรมราชหรืออาณาจักรศรีวิชัย 12 นักษัตรที่ผูกดวงเมืองเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.1830 และวิธีการแก้คำสาปก็คือจะต้องสร้างหลักเมืองขึ้นมาใหม่ รวมทั้งนำดวงเมืองเก่าที่ถูกสาปไปทำลายตามกรรมวิธี
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง หลังกลางเป็นที่ประดิษฐานของศาลหลักเมืองออกแบบคล้ายศิลปะศรีวิชัย เรียกว่า ทรงเหมชาลา ส่วนอาคารเล็กทั้งสี่หลังถือเป็นบริวารสี่ทิศ เรียกว่า ศาลจตุโลกเทพ ประกอบด้วยศาลพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง ศาลพระพรหมเมือง และศาลพรบันดาลเมือง ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2542
สำหรับไม้ที่ใช้ทำเสาหลักเมืองคือ “ไม้ตะเคียนทอง” ที่ขึ้นอยู่บนยอดของเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เสาหลักเมืองต้นนี้มีการแกะสลักลวดลายต่าง ๆ อย่างสวยงามไล่ตั้งแต่ส่วนฐานขึ้นไปเป็นวงรอบเก้าชั้น จำนวน 9 ลาย ส่วนบนหัวเสาหลักเมืองแกะสลักเป็นรูปพรหมสี่หน้าใหญ่และเล็ก
ชาวนครต่างเชื่อกันว่าพรหมสี่หน้าบนหัวเสานี้ก็คือ ”องค์จตุคามรามเทพ” ผู้ปกปักรักษาเมืองนครศรีธรรมราชนั่นเอง และไม่ว่าชาวนครจะอยู่ทิศไหนก็ต้องเกรงกลัวต่อการทำบาป เพราะเทวดาท่านมองเราอยู่
ขณะที่ส่วนเหนือสุดเป็นเปลวเพลิงอยู่บนยอดพระเกตุ คือยอดชัยหลักเมือง รูปแบบการแกะสลักจินตนาการจากความเชื่อในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ซึ่งเคยมีอิทธิพลต่อศิลปกรรมในภาคใต้และนครศรีธรรมราชแต่ครั้งโบราณ
เสาหลักเมืองต้นนี้มีการประกอบพิธีเบิกเนตรหลักเมือง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2530 และในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจิมยอดชัยหลักเมือง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2530 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน จากนั้นจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช
ปัจจุบันศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสายมู และสายบุญยอดนิยมของจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากเชื่อกันว่ารูปเคารพพรหมสี่หน้าตรงส่วนยอดของเสาหลักเมืองคือองค์จตุคามรามเทพ
ขณะที่ในส่วนความเชื่อการกราบไหว้ขอพรจากเสาหลักเมืองนครศรีฯ นั้น เชื่อกันว่ามีความเด่นเรื่อง “เสริมอำนาจบารมี ชื่อเสียง และความมั่นคง” รวมถึง “พลิกดวงชะตา” จากร้ายให้กลายเป็นดี
ทำให้ที่นี่มีคนเดินทางมากราบสักการะขอพรกันไม่ได้ขาด ทั้งบุคคลทั่วไปและบุคคลที่มีชื่อเสียง
อย่างไรก็ดีสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปกราบไหว้ขอพรองค์เสาหลักเมืองนครศรีธรรมราช ควรแต่งกายให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ศาลหลักเมืองนครศรีฯ มีการประกอบพิธีสำคัญ ควรแต่งกายสุภาพเพื่อให้เกียรติสถานที่ และแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าสิงสถิตอยู่ ณ หลักเมืองแห่งนี้ เพื่อที่ท่านจะช่วยเสริมอำนาจ บารมี พลิกชะตาจากร้ายกลายเป็นดี
แต่ถ้าหากใครแต่งกายไม่ให้เกียรติสถานที่ หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ส่อไปในทางลบหลู่ บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่อาจจะพลิกชะตา “จากดีให้กลายเป็นร้าย” ก็ได้
###############

