ตอนนี้ “สายมู” กำลังมุ่งสู่เมืองคอน โดยเฉพาะหลังจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากยูเนสโก
ขนาด “เนวิน ชิดชอบ” เจ้าของฉายา “หมอผีเขมร” ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังพาคณะผู้บริหาร นักฟุตบอล และทีมงานสโมสร ไปจัดพิธีใหญ่ บวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันใหม่
แต่ภาพการทำพิธีบวงสรวง สักการะ ที่เผยแพร่ในโซเชียล กลับกลายเป็นไวรัล แบบ “ทัวร์ลง”
เป็นภาพ “เนวิน ” ใส่เสื้อทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด นุ่งกางเกงขาสั้น ไม่ใส่รองเท้า นั่งเอ้เต บนเก้าอี้หลุยส์ ในตำแหน่งประธาน ...ด้านขวาตามในภาพ เป็น “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ส่วนด้านซ้ายที่นั่งแบบไม่กล้ายืดอก ยกไหล่ นั่นคือ “สมชาย ลีหล้าน้อย” ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช
ประเด็นที่มีการวิพากวิจารณ์คือ “เนวิน” ใส่กางเกงขาสั้น มานั่งเป็นประธานในพิธีใหญ่ ที่มีทั้งรัฐมนตรี ผู้ว่าฯ ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมนั้นเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับกาลเทศะ หรือไม่
บางคนแย้งว่า เรื่องใส่เสื้อฟุตบอล นุ่งกางเกงขาสั้น เป็นการแต่งกายตามปกติของ “เนวิน” ที่เห็นกันจนชินตาอยู่แล้ว อย่าเอามาเป็นประเด็น
บางคนว่า “เนวิน” เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นถึงผู้มีอำนาจเหนือรัฐบาล ควรคำนึงถึงมารยาท ธรรมเนียมปฏิบัติ เมื่อจะเข้าร่วมพิธีการสำคัญ โดยเฉพาะตัวเองจะต้องมาเป็นประธานในพิธีด้วย ควรต้องแต่งกายให้เหมาะสม เป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อสถานที่ ที่ชาวนครศรีธรรมราช ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ...เห็นแล้วมันขัดตา รับไม่ได้!
บางคนว่า นั่นมันเป็นการบ่งบอกถึง “อีโก้” ของการเป็นผู้มีอำนาจบารมี อยากจะทำอะไร แต่งตัวยังไงก็ได้ ไม่เห็นต้องแคร์สังคม ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ ...ก็กูจะแต่งอย่างนี้ มันหนักหัวใครวะ!
เพราะความเห็นหลากหลาย เรื่องมันก็เลยเป็นดรามาในโซเชียลไง...แต่ความเห็นส่วนมาก แบบมากมาก คือ คิดคำมาด่า มากกว่าเห็นอกเห็นใจ หรือ เข้าใจ
เมื่อเกิดดรามาในโวเชียลฯ เรื่องแบบนี้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เห็นได้ซะที่ไหน... รีบโดดเข้ามาแจม มาเป็นแนวร่วมทันที จัดแจงโพสต์รูปตัวเองนุ่งกุงเกงขาสั้น อยู่กับครอบครัว พร้อมข้อความ “นุ่งขาสั้นมั่งดีก่า...สบายอ่ะ”
คราวนี้มาดูเรื่องราวของศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชบ้าง ว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างไร จึงทำให้เจ้าของฉายา “หมอผีเขมร” ต้องมา “มู”
ว่ากันว่า ถ้าไม่นับวัดพระแก้ว กับศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ก็ต้องยกให้ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชนี่แหละ เป็นที่สุด
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช สร้างขึ้นเมื่อปี 2532-5333 ไม้ที่ใช้ทำหลักเมือง คือ “ตะเคียนทอง” ที่ขึ้นอยู่บนยอดเขาหลวง ส่วนแก้วตาของ “พรหม 8 หน้า” ทำจาก “ไม้ค้ำฟ้า” เพื่อให้เกิดพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์
“ไม้ค้ำฟ้า” เป็นมีความพิเศษเหนือต้นไม้อื่น เพราะไม่ว่าจะไปขึ้นอยู่ที่ใด ในป่าลึกสักเพียงไหน หรือมีต้นไม้ใหญ่มากมายปกคลุมมากสักแค่ไหน ไม้ค้ำฟ้า จะไม่ยอมอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใดๆ หรือจะต้องขึ้นอยู่ “เหนือ” ต้นไม้อื่นๆเสมอ
ในระหว่างการจัดสร้างเสาหลักเมือง ยังมีพิธีกรรมสำคัญๆ อาทิ เผาดวงชะตาเมือง สะกดหินหลัก พิธีปลุกยักษ์วัดพระบรมธาตุ ตอกหัวใจสมุทร
“พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล” อดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของไทย ที่เป็นผู้กำกับที่นั่น เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทอย่างมาก ในการจัดสร้างหลักเมือง รวมถึงพิธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ “องค์จตุคามรามเทพ” จนได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งใน “เจ้าพิธี” คนสำคัญของการจัดสร้างหลักเมือง และ จัดสร้างจตุคามรามเพพ
เรียกว่าถ้ามามู ที่ศาลหลักเมืองคอน ก็จะได้สักการะทั้งเสาหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระพรหม พระนารายณ์ และ องค์จตุคามรามเทพ ไปในคราวเดียว
เมื่อกลับมาถึงเรื่องของ “เนวิน”... ก็ไม่อาจทราบได้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่ ณ ศาลหลักเมืองแห่งนี้ จะคิดเห็นเช่นไร กำการที่ “หมอผีเขมร” ใส่กางเกงขาสั้น มาเป็นเจ้าพิธีบวงสรวง
ท่านอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่เสียหาอะไร คนโบราณ ไม่ใส่เสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้น ผ้าขาวม้าเคียนเอว ก็เข้ามาสักการะ กราบไหว้ ขอพรได้ ... ท่านอาจอำนวยอวยชัยให้ ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นแชมป์เอเชียนคัพ ลูชาย ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้
ถ้าท่านเห็นว่า เป็นคนใหญ่คนโตแล้วไม่รู้จักกาลเทศะ ก็อาจลงโทษสถานเบา ให้ทีมฟุตบอลประสบอุปสรรค มีแต่เรื่องอื้อฉาว นักเตะบาดเจ็บ ชวดแชมป์
แต่ถ้าท่านถึงขั้น “พิโรธ โกรธกริ้ว” จัดหนักให้หลาบจำ นอกจากทีมไม่ได้เป็นแชมป์แล้ว ที่ดินเขากระโดง จะต้องถูกยึดกลับไปเป็นของหลวง สนามฟุตบอลต้องทุบทิ้ง!
เป็นบทเรียนให้รู้ว่า…ถ้าเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วอย่าลบหลู่ !

