xs
xsm
sm
md
lg

แก๊งสแกมเมอร์เร่งย้ายฐานจากชายแดนขยับลึกเข้าป่าหลบสายตา หลังรัฐบาลพม่ากดดันปราบปราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แหล่งข่าวที่ติดตามเครือข่ายสแกมเมอร์ระบุว่า แรงกดดันของนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กลุ่มอาชญากรย้ายฐานปฏิบัติการฉ้อโกงทางออนไลน์จากบริเวณชายแดนพม่า-ไทย เข้าไปยังพื้นที่ส่วนในของประเทศ รวมถึงเมืองพะอัน ที่เป็นเมืองเอกของรัฐกะเหรี่ยง ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล

แหล่งข่าวชายแดนเปิดเผยกับสำนักข่าวอิรวดีว่าเนื่องจากการปราบปรามในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น ศูนย์สแกมเมอร์ของกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) ในบริเวณเกาะเขต กำลังย้ายฐานไปใกล้กับสำนักงานใหญ่ของกลุ่มในหมู่บ้านโซนซีเมียง รวมทั้งที่เมืองหล่ายบเว เมืองป่ายจอน เมืองพะอัน และลึกไปไกลถึงรัฐมอญ ที่อยู่ติดกัน

“การย้ายฐานเหล่านี้ส่วนใหญ่ดำเนินการร่วมกันโดยกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (BGF) และกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) พวกเขาย้ายเพราะศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่เช่นที่เกาะเขตมองเห็นได้ง่ายเกินไป ไม่ว่าจะจากดาวเทียมหรือจากฝั่งไทยโดยตรง” แหล่งข่าวเปิดเผย

รายงานของสื่อท้องถิ่นยืนยันว่าปฏิบัติการฉ้อโกงที่ดำเนินการโดยชาวจีนกำลังย้ายไปที่เมืองพะอัน

ขณะเดียวกัน กองกำลังของกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ภายใต้การนำของพ.อ.ซอ ชิต ตู่ ได้ย้ายฐานปฏิบัติการจากชเวก๊กโก และ KK Park อย่างเงียบๆ

KNA แยกตัวออกจาก BGF หลังจาก BGF เข้าร่วมกับปฏิบัติการกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ของรัฐบาลในเมืองเมียวดี ที่นักวิเคราะห์กล่าวว่าเป็นปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเพื่อลดแรงกดดันจากนานาชาติ และมีรายงานว่าศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ได้ย้ายจากชายแดนพม่า-ไทย เข้าไปในป่าลึกที่บริเวณเชิงเขาดอว์นา รวมถึงบริเวณใกล้หมู่บ้านเธกะเต

อย่างไรก็ตาม เพจ Natty Loves Myanmar ของอดีตนักข่าวไทยที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามพื้นที่ชายแดนระบุว่า การย้ายศูนย์สแกมเมอร์ของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้น่าจะไม่รอดพ้นจากการปราบปรามร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และไทย ที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนส.ค. ปีที่แล้ว

“รัฐบาลไทยและเอฟบีไอจะไม่ปล่อยให้พวกเขารอดพ้นสายตาไปได้ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของทางการพม่า การดำเนินการและการจับกุมอาจใช้เวลา ถึงแม้ว่าการย้ายสถานที่เข้าไปยังพื้นที่ภูเขาอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายล่าช้า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเครือข่ายเหล่านี้จะรอดจากการสืบสวน” เจ้าของเพจ Natty Loves Myanmar กล่าวกับสำนักข่าวอิรวดี

เอฟบีไอได้เสนอเงินรางวัลสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลที่สามารถทำลายอาณาจักรไท่ชาง ที่เป็นเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในเกาะเขต

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ออกมาตรการคว่ำบาตรกับผู้นำศูนย์สแกมเมอร์ชาวกะเหรี่ยงหลายคน รวมถึงพ.อ.ซอ ชิต ตู่ ผู้นำกองทัพ KNA ลูกชาย 2 คนของเขา และพ.ต.ซอ ติน วิน และซอ ซาน อ่อง เสนาธิการ DKBA พล.ต.ซอ เส่ง วิน นายทหารฝ่ายธุรการกำลังพล DKBA พลจัตวา ซาน จอ หล่า ผู้นำระดับสูงและผู้ดูแลฝ่ายเศรษฐกิจและการเงินของ DKBA และพล.อ.ซอ สตีล ผู้นำทางทหารระดับสูงของ DKBA

แม้จะมีแรงกดดันจากนานาชาติเพิ่มมากขึ้น แต่รัฐบาลพม่ายังคงปิดหูปิดตาต่อศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในรัฐกะเหรี่ยง และยังเชิญผู้นำศูนย์เหล่านี้มายังกรุงเนปีดอด้วยข้ออ้างเรื่องการเจรจาสันติภาพ

ไม่กี่วันหลังจากเตือนผู้นำของ DKBA เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการฉ้อโกงทางออนไลน์ รัฐบาลก็บุกเข้าตรวจค้นศูนย์สแกมเมอร์ในเจาะเขต จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 777 คน รวมถึงชาวจีน 630 คน เจ้าหน้าที่เนปีดออ้างว่ากองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) ที่ต่อต้านรัฐบาลกำลังคุ้มครองศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้

เนื่องจากการปราบปรามได้เปิดโปงฐานที่มั่นของเพวกเขาในพื้นที่ชายแดน กลุ่มอาชญากรจึงได้ย้ายฐานปฏิบัติการไปยังเมืองต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเพื่อความปลอดภัย รวมถึงในมัณฑะเลย์ และย่างกุ้ง.