เพชรบูรณ์ – ล่าสุดน้ำลดแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง..มวลน้ำจากหล่มเก่า หลากลงหล่มสัก ซัดคันกั้นริมฝั่งน้ำป่าสัก พังทลายน้ำทะลักท่วมหมู่บ้านกลางดึกกว่า 500 หลังคาเรือน
แม่น้ำป่าสักในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ที่รับมวลน้ำมาจากอำเภอหล่มเก่า ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่หมู่ 7 และหมู่ 8 ตำบลตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังจากกระแสน้ำพัดดันจนกระสอบทรายกั้นน้ำที่วางป้องกันไว้บางส่วนเกิดการทรุดตัวกลางดึกที่ผ่านมา(1 ส.ค.) ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท้ายน้ำอย่างรวดเร็ว
ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ บริเวณบ้านไร่ และพื้นที่รอบวัดทุ่งจันสมุทร ส่งผลให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังได้รับผลกระทบกว่า 500 หลังคาเรือน
นายประจิตร สุขวัฒนะ อายุ 46 ปี นายกสมาคมสว่างมงคลศรัทธาธรรมสถาน อำเภอหล่มสัก เปิดเผยว่าวันก่อนได้เกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำป่าสัก มวลน้ำป่าไหลหลากผ่านจุดวัดระดับน้ำ S.33 บริเวณบ้านไฮหย่อง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ตรวจวัดปริมาณน้ำสำคัญ มวลน้ำได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ บ้านวังม่วง หมู่ 8 และ บ้านวังขอน หมู่ 1 ตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า
หน่วยกู้ภัยสว่างธรรมสถานกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งจัดส่งกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน ลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภค และปักหลักอำนวยความสะดวกในจุดเสี่ยงภัย ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมระลอกที่ 2 ของอำเภอหล่มเก่าในรอบปีนี้
และเมื่อมวลน้ำจากอำเภอหล่มเก่าได้ไหลเข้าสู่ในพื้นที่อำเภอหล่มสักและเริ่มล้นตลิ่ง บางส่วนได้ดันเข้าท่อระบายของเทศบาลเมืองหล่มสักในช่วงบ่ายของเมื่อวาน( 1ส.ค.) จนทำให้น้ำท่วมพื้นที่บางส่วน แต่ไม่ได้รับผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลง่ต่อเนื่องอย่างช้าๆ
ส่วนพื้นที่ ต.ตาลเดี่ยว ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อจากเทศบาลเมืองหล่มสัก กระแสน้ำได้กัดเซาะคันกั้นน้ำจนทำให้ขาดเป็นบางช่วง น้ำในแม่น้ำป่าสักได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในช่วงเวลากลางดึกที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1 ฟุต รถทุกชนิดยังสามารถสัญจรผ่านได้ อย่างไรก็ตามอาสาของสว่างมงคลศรัทธาธรรมสถานได้เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์การช่วยเหลือและเฝ้าระวังอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ปริมาณฝนตกในพื้นที่ด้านบนและพื้นที่ใกล้เคียงเริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีปริมาณน้ำฝนใหม่เข้ามาเติมในระบบ ระดับน้ำท่วมขังในหลายจุดจึงเริ่มทยอยลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง เส้นทางจราจรกลับมาสัญจรผ่านได้ตามปกติ

