xs
xsm
sm
md
lg

โจร เอาอย่าง โจร "ไอ้ป๋อง" ก๊อปปี้ "พันศักดิ์" ฆาตกรอุ้มฆ่าต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วังวนฆาตกรจาก "พันศักดิ์" สู่ "ไอ้ป๋อง" ผลพวงระบบลดโทษราชทัณฑ์ที่ปล่อยอาชญากรร้ายกลับมาทำร้ายสังคมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดโจรเลียนแบบความโหดเหี้ยมไม่จบสิ้น

ความโหดร้ายผิดมนุษย์มนาของไอ้ป๋อง 5 ศพ เกิดเป็นกระแสสังคม เรียกร้องให้ประหารชีวิตมันสถานเดียว

เพราะเห็นได้ชัดว่า คุก ไม่ใช่ที่อบรมบ่มนิสัย หรือแก้ไขให้อาชญากรโดยสันดานปรับตัวเป็นคนดีได้ ไอ้ป๋องเพิ่งพ้นคุกมาได้แค่ เดือน เศษก็ปล้นฆ่าฝังดินเหยื่อไปแล้ว 5 คน

จากความพยายามจะมีอารยะของไทย ด้วยการเลิกโทษประหาร กลายเป็นเรื่องกระแดะ โลกสวย ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมจริง

ต้องยอมรับว่าอาชญากรนักฆ่า ระดับถูกศาลสั่งประหารชีวิต หรือสั่งจำคุกคลอดชีวิต ติดคุกแค่ไม่กี่ปี ก็ออกมาก่อกรรมทำเข็ญ ฆ่าคนต่อได้อีก นี่คือเรื่องจริงของสังคมไทย

เมื่อไล่เรียงดู ก็จะพบตัวปัญหาหลักในกระบวนการยุติธรรม คือ กรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีการออกแบบระบบมา เพื่อให้โอกาสนักโทษกลับตัวกลับใจเป็นคนดี แต่บางกรณี กลับกลายเป็นการทำร้ายสังคม

ระบบการลดโทษให้นักโทษ เปิดช่องให้นักโทษที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต สามารถเดินปร๋อออกมาจากประตูคุก ในเวลาแค่ 10 กว่าปีเท่านั้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ ตำรวจนักอุ้มฆ่า ซึ่งว่ากันว่า เขานี่แหละ คือต้นแบบ ให้ไอ้ป๋องก๊อบปี้วิถีทางอาชญากรนักฆ่า มาเต็มๆ

คือการสวมรอยเป็นตํารวจ เพื่อจัดการกับเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม

ย้อนไปดูพฤติการณ์โหดของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ เขาก่อคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ เป็นคดีโด่งดัง เมื่อปี 2537

เริ่มจากอุ้มนางดาราวดี และ ด.ช.เสรี ศรีธนะขัณฑ์ ลูกเมียของเสี่ยร้านเพชร ย่านบ้านหม้อ เอาไปกักขังในรีสอร์ตที่ จ.สระแก้ว นานนับเดือน

ในทึ่สุดก็ประหารผู้บริสุทธิ์ทั้งสอง ด้วยการพาตัวไปลงทุ่ง จ.สระบุรีกลางดึก ใช้ท่อนแป๊ปตีหัวสองแม่ลูกจนเสียชีวิต แล้วจัดฉากให้นั่งในรถเบนซ์ เข็นขึ้นถนนให้รถบรรทุกแล่นชน อำพรางให้เป็นคดีรถชนกันตาย

แต่แผนฆ่าอำพรางของเขา ตบตาตำรวจไม่ได้ เพราะถูกจับได้โดยร้อยตำรวจโท วิวัฒน์คำชำนาญ ยศในขณะนั้น ปัจจุบันคือพลตำรวจตรี วิวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ชี้ให้พิสูจน์หลักฐานเห็นว่าเป็นการอำพรางคดี ที่จริงเป็นการฆ่ามาก่อน พันศักดิ์ถูกจับกุมในปีเดียวกัน

ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เมื่อปี 2545 ​ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเมื่อปี 2549 และคดีสิ้นสุดในชั้น​ศาลฎีกา เมื่อปี 2552 ยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต

แต่ระบบของกรมราชทัณฑ์ เหมือนเล่นตลก เมื่อปรากฏว่านักโทษที่ถูกจําคุกตลอดชีวิต อย่าง พ.ต.ท.พันศักดิ์ ได้รับอิสรภาพเมื่อปี 2555 หรือติดคุกจริงแค่ 18 ปีเท่านั้น

หลังจากพ้นโทษแค่ปีเดียว พ.ต.ท.พันศักดิ์ ซึ่งถูกถอดยศเป็นนายพันศักดิ์แล้ว ก็กลับไปย่ำรอยเดิม ก่อคดีฆ่าโหด 2 คดีซ้อน ได้แก่

​คดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง "เสี่ยอ้วน ตลาดโรงเกลือ" เมื่อปี 2556 เขาถูกตำรวจจับกุมตัวได้และขอประกันตัวระหว่างสู้คดี

แต่ท้ายที่สุด นายพันศักดิ์หลบหนีไปไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดสระแก้ว จึงพิพากษาลับหลัง เมื่อปี 2558 ให้ประหารชีวิต

ปรากฏว่า อาชญากรหนีโทษประหารอย่างนายพันศักดิ์ กลับก่อคดีซ้ำ ในปี 2561 รับจ้างยิง "เสี่ยประชา" เจ้าของปั๊มน้ำมัน ใน จ.สระแก้ว จนเสียชีวิต และยิงภรรยาของเสี่ยประชา บาดเจ็บสาหัส

ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษ ประหารชีวิต เช่นเดียวกับคดีเผานั่งยางเสี่ยอ้วน

ตัวอย่างเรื่องจริง ของคนอย่าง พันศักดิ์ มงคลศิลป์ บอกให้รู้ว่าสําหรับคนบางคนแล้ว ระบบการบังคับโทษของกรมราชทัณฑ์ กลายเป็นตัวปัญหา เหมือนเป็นของเด็กเล่นของนักฆ่า

ไปตรวจดูดีๆ เถอะ อาจพบว่า นายพันศักดิ์ อาจอยู่ในขั้นตอนการลดโทษ จากโทษประหาร เตรียมตัวออกจากคุก ในวันใดวันหนึ่งก็เป็นได้

ทางออกของเรื่องนี้ รัฐบาลอนุทิน อาจสั่งการไปถึงกรมราชทัณฑ์ ให้มีการยกเลิก ระบบเลื่อนชั้นของนักโทษ เฉพาะในรายที่เหลือขอ กู่ไม่กลับแล้ว ไม่ว่าจะนายพันศักดิ์ หรือคนที่เจริญรอยตามนายพันศักดิ์ อย่างไอ้ป๋อง

แม้แต่ศาลเอง อาจช่วยดูแลสังคม ด้วยคำพิพากษาจําคุกตลอดชีวิต แบบไม่มีการลดหย่อนผ่อนโทษ เพื่อเป็นหลักประกันว่า อาชญากรร้าย จะใช้ชีวิตอยู่หลังกําแพงคุก ไปจนสิ้นลม

ถ้าเมืองไทยไม่คิดจะประหารชีวิตใคร ก็ต้องมีระบบจัดการนักโทษอุกฉกรรจ์ ที่ดีกว่าปัจจุบัน ซึ่งทุกวันนี้ มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ก็เหมือนไม่มี