xs
xsm
sm
md
lg

สะเทือนขวัญ! ลูกสะใภ้โหด ฟิวส์ขาด ใช้มีดทำครัว กระหน่ำฟัน-สับคอแม่ผัวขาดคาบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - สลด! ลูกสะใภ้ โหด ฟิวส์ขาด หลังทะเลาะมีปากเสียงกับแม่ผัว ปรี่เข้าทำร้าย ใช้มี-ด ทำครัว กระหน่ำฟัน-สับคอแม่ผัวจนขาดดับคาบ้านพัก ชาวบ้านจับตัวก่อนแจ้งตำรวจคุมตัวดำเนินคดี


เมื่อเวลา 09.25 น.วันนี้ (1 ส.ค.69) พ.ต.ต.จารุวิทย์ ขุนเจริญ สว.(สอบสวน) สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุฆ่ากันตายขึ้นที่บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ 10 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.สุระศักดิ์ ใจดี ผกก.สภ.ฉลอง นำกำลังชุดสืบสวน-สายตรวจ สภ.ฉลอง และแพทย์นิติเวช รพ.วชิระภูเก็ต ตลอดจนมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวสีฟ้า ขนาดหน้ากว้าง 5-6 เมตร ลึกราว 19-20 เมตร ภายในบ้านพบร่างหญิงสูงอายุนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่พื้นบ้าน สภาพสวมเสื้อคอกระเช้าแขนสั้นสีเขียว นุ่งผ้าถุงสีเขียวถูกของมีคมฟันหรือสับเข้าที่บริเวณลำคอจนขาดเสียชีวิต ทราบชื่อคือ น.ส.จันทรา อายุ 74 ปี และในห้องน้ำภายในบ้านหลังดังกล่าว พบ น.ส.ศรี อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุถูกชาวบ้านควบคุมตัวไว้



จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ฉลอง ส่วนศพนำ ส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.จันทรา ผู้ตาย ซึ่งเป็นแม่สามีของ น.ส.ศรี ผู้ก่อเหตุ ได้นั่งอยู่ภายในบ้านกับ น.ส.ศรี จากนั้นได้มีปากเสียงกัน ทันใดนั้น น.ส.ศรี ได้เกิดความโกรธปรี่เข้าไปทุบตี น.ส.จันทรา แม่สามีจนล้มลงกับพื้นบ้าน จากนั้นได้คว้ามีดที่อยู่ในครัวเข้าฟันเข้าตามร่างกายและใบหน้าของ น.ส.จันทรา



จากนั้นได้ใช้มีดเล่มเดียวกันตัดคอ จนศีรษะขาดและหลุดออกจากตัว ซึ่งขณะนั้นได้มีชาวบ้านข้างบ้านมาเห็นพอดี จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการจับกุม และเมื่อเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง พบว่า น.ส.ศรี อยู่ในห้องน้ำภายในบ้าน จึงได้เข้าควบคุมตัวไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ฉลอง พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่การทำร้ายร่างกาย


ด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ตกล่าวภายหลังสอบปากคำแฟนหนุ่มของผู้ต้องหาและตรวจสถานที่เกิดเหตุว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 9 นาฬิกา เกิดเหตุฆาตกรรมลูกสะใภ้ฆ่าแม่ของสามีเสียชีวิต จากพยานแวดล้อมไม่มีใครได้ยินเสียงร้อง แต่เบื้องต้นจากการสอบถามลูกชายผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นสามีของผู้ต้องหาทราบว่า ผู้ต้องหาป่วยเป็นจิตเวชและเข้ารับการรักษามาตั้งแต่ปี 59 และรักษาเรื่อยมาตามปกติ ทำให้เบื้องต้นยังไม่ทราบมูลเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยบ้านหลังเกิดเหตุอยู่ด้วยกัน 3 คน มีผู้ตาย ผู้ต้องหาและสามีหรือลูกชายผู้ตาย โดยผู้ต้องหาคบและอยู่กับสามีมานับสิบปีแล้ว ที่ผ่านมาผู้ต้องหาก็ดูแลผู้ตายหรือแม่สามีด้วยดีมาโดยตลอด ทำอาหารให้ทาน เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้ตายเสมอ ก่อนเกิดเหตุสามีได้ออกไปทำงาน มีเพียงผู้ตายและผู้ก่อเหตุอยู่บ้านกัน 2 คน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง

น.ส.ฐาปนีย์ ประวิงวงค์ อายุ 34 ปี คนที่มาพบศพคนแรกเล่าให้ฟังว่า ตอนขี่รถผ่านมาที่ประตูบ้านของผู้ตาย พบศพผู้ตายนอนยาว สภาพหัวไปในบ้าน ขาพาดประตูออกมานอกบ้าน จากนั้นได้ขี่รถเลยไป เพื่อไปบอกกับญาติคนตายว่าแกนอนอยู่ที่พื้น เป็นลมหรือเป็นอะไรไม่รู้ จากนั้นได้ขี่กลับมา ก็ยังเห็นผู้ตายนอนอยู่เหมือนเดิม แต่มีเลือดไหลออกมา จึงขี่รถกลับไปบอกแม่ค้ากล้วยทอดว่าผู้ตายนอนอาบเลือดอยู่ในบ้าน แต่เป็นลมหรือเปล่า ช่วยไปดูหน่อย ญาติพี่น้องเค้าเลยมากันที่บ้าน แต่ไม่เห็นตอนเกิดเหตุหรือตอนสับคอ