วันนี้ (1 ส.ค. 2569) น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
.
ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ได้แก่ ช่วงอายุ 10 ปี ถึงไม่เกิน 12 ปี บัญชี e-Money (วอลเล็ตต่างๆ) ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน ช่วงอายุ 12 ปี ถึงไม่เกิน 15 ปี บัญชี e-Money และบัญชีเงินฝากธนาคาร สำหรับการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน และช่วงอายุ 15 ปี ถึงไม่เกิน 18 ปี ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน
.
ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซนเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. และ ต.ค. 2569 ตามลำดับ
.
ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Thai Police Online ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านมานับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2568 ถึง มี.ค. 2569 มีคดีที่มิจฉาชีพนำบัญชีเงินฝาก และ e-Money ของเยาวชนไปใช้กระทำความผิดเพิ่มขึ้น จาก 3,371 บัญชี เป็น 5,741 บัญชี หรือเพิ่มขึ้น 70.3% มูลค่าความเสียหายรวม 185 ล้านบาท
.
มาตรการดังกล่าวเป็นการกำหนดวงเงินจากค่าเฉลี่ยการใช้งานจริงของเยาวชน โดยคาดว่ากว่า 97% ของลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ และสามารถสกัดธุรกรรมของมิจฉาชีพได้
......
Sondhi X

