xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ส่องชีวิตหลังแนวพนัง-บิ๊กแบ๊คคนชายแดนแม่สาย ฝนหนักวันไหน-เสียงตามสายดังเมื่อไหร่ พร้อมทิ้งบ้านทันที

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงราย – ตามส่องชีวิตคนชายแดนแม่สาย หลังเจอน้ำท่วมใหญ่กันยาฯ67 จนต้องใช้ชีวิตอยู่หลังแนวพนัง-บิ๊กแบ็ค มาถึงวันนี้ยังผวาทุกครั้ง..หลายคนบอกฝนตกหนักพื้นที่ต้นน้ำวันไหน-เสียงตามสายดังเมื่อไหร่ พร้อมทิ้งบ้าน/ร้านรวง หอบคนในครอบครัว-ขนข้าวของออกทันที



แม้อุทกภัยแม่น้ำสายเอ่อท่วมครั้งใหญ่เมื่อเดือน ก.ย.2567 ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จะผ่านมาเกือบ 2 ปี รวมทั้งรัฐได้ทำพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรและชั่วคราว ตลอดแนวแม่น้ำสายระยะทางประมาณ 12.8 กิโลเมตร และหนาแน่นที่สุดคือตั้งแต่เขตเทศบาล ต.เวียงพางคำ-เทศบาล ต.แม่สาย ที่เป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนกรมการทหารช่าง กองทัพบก ได้สร้างพนังกึ่งถาวรเอาไว้ยาวประมาณ 1.36 กิโลเมตร

แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นริมฝั่ง ทั้งเขตเทศบาล ต.เวียงพางคำ ต่อเนื่องไปถึงเทศบาล ต.แม่สาย และเทศบาล ต.แม่สายมิตรภาพ อ.แม่สาย หลายพันหลังคาเรือนประชากรนับหมื่นๆคน ยังคงใช้ชีวิตอยู่หลังแนวพนัง-บิ๊กแบ๊คกันอย่างหวาดผวา

ยิ่งเมื่อเห็นซากของอาคารพาณิชย์ชั้นเดียวที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จและเตรียมเปิดให้บริการริมสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ในเขตชุมชนเกาะทราย ต.แม่สาย และวันที่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 31 ก.ค.2569 เนื่องจากมีฝนตกหนักบริเวณเหนือน้ำ จนแนวป้องกันที่เป็นบิ๊กแบ๊คอย่างน้อย 2 จุดมีน้ำรั่วซึม จนต้องเร่งระดมกำลังซ่อมแซม

นายแสง ซึ่งมีบ้านอยู่ในชุมชนไม้ลุงขนและถูกน้ำท่วมหนักจนมิดหลังคาเมื่อปี 2567 บอกว่าตอนนั้นหนีรอดด้วยการพาครอบครัวปีนอาคารสูงที่อยู่ติดกับบ้านและได้รับการดูแลจากเพื่อนบ้านจึงรอดมาได้ สำหรับปีนี้เชื่อมั่นในความแข็งแรงของพนังกั้นและการแจ้งเตือนของเจ้าหน้าที่

โดยส่วนตัวทุกวันนี้ต้องเฝ้าฟังข่าวจากเสียงตามสายของเทศบาล ผู้นำชุมชน และทางอำเภอ รวมทั้งทางอออนไลน์ที่แจ้งระดับน้ำในประเทศเมียนมาเพราะหลังจากน้ำขึ้นยังมีเวลาหนีน้ำได้อีกหลายชั่วโมง หากแน่ใจว่าน้ำขึ้นจนปลิ่มหรือล้นพนังตนก็วางแผนจะขนของในบ้านใส่รถให้เร็วที่สุด เปิดประตูบ้านไว้กว้างๆ พาลูกเมียลูกออกจากบ้านไปให้เร็วที่สุดมุ่งหน้าไปพักที่บ้านพ่อตาแม่ยายนอกเมืองแทน


“ปี 2567 ตนไม่ได้เตรียมตัวเลยเพราะไม่มีสถานีวัดระดับน้ำในเมียนมา พอรู้ว่าน้ำสายขึ้นก็ทำเพียงนำกระสอบทรายไปกั้นที่ประตูบ้าน ซึ่งก็ทำถึง 10 รอบ กระทั่งครั้งที่ 11 ราวๆ ก่อนกลางเดือน ก.ย.น้ำก็ทะลักท่วมกระสอบทราย รั้วบ้าน และท่วมบ้านจนศาลาหน้าบ้าน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทรัพย์สินต่างๆ ในบ้าน แม้แต่ตัวบ้านเสียหายทั้งหมด ต้องลงทุนนำดินและทรายในบ้านออกหลังน้ำลด ซ่อมแซมบ้านและรถยนต์ 1 คัน”

น.ส.น้อย ซึ่งอาศัยอยู่ติดลำน้ำสายในชุมชนเกาะทราย บอกว่าตนมีพ่อแม่อายุมากแล้วอาศัยอยู่ที่บ้านริมน้ำสายซึ่งเคยประสบเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2567 และติดอยู่บนตึกหลายวันจนได้รับการช่วยเหลือออกมาได้ ตอนนี้ก็ยังคงฝังใจอยู่กับเหตุการณ์นั้นหากมีฝนตกหนัก มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง หรือแม้แต่ทราบข่าวมาว่าน้ำสายอาจจะขึ้น ก็จะพากันออกไปนอนบ้านญาติที่น้ำท่วมไม่ถึง กลายเป็นอาการจำฝังใจจนถึงทุกวันนี้


นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่าหลังจากมีการตั้งสถานีวัดปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำที่บ้านโจตาดา จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ทำให้สามารถทราบถึงมวลน้ำก่อนจะไหลมาถึงชายแดนแม่สายล่วงหน้าประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งในวันที่ 31 ก.ค.นี้ก็เช่นกัน ได้มีฝนตกหนักที่บ้านโจตาดาช่วงประมาณ 04.00 น.ปริมาณ 80 มิลลิเมตร พอช่วงสายน้ำก็มาถึงเขตตัวเมืองแม่สาย แต่หลังจากน้ำขึ้นแล้วก็เริ่มทรงตัว

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีฝนตกสะสมอีกประมาณ 1 สัปดาห์นี้โดยยังมีฝนตกที่เหนือนำอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ประมาทโดยจะติดตามสถานการณ์ มีการแจ้งเตือน และหากสถานการณ์หนักกว่านี้ก็ได้มีแผนเผชิญเหตุเพื่อการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

ทั้งนี้ปัจจุบันในเขตเทศบาล ต.แม่สาย มีตัวเลขประชากรในปี 2564 มีจำนวน 28,337 คน จาก 13,630 ครัวเรือน เทศบาล ต.เวียงพางคำ มีจำนวน 22,376 คนจาก 9,792 ครัวเรือน และเทศบาล ต.แม่สายมิตรภาพ มีประชากร 14,546 จาก 6,665 ครัวเรือน ซึ่งไม่รวมประชากรแฝงที่ส่วนใหญ่เป็นคนจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่ส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่นริมฝั่งแม่น้ำสาย