xs
xsm
sm
md
lg

ล็อกเป้า 5 รัฐมนตรี ขึงพืดในศึกซักฟอก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ช่วงนี้ฝ่ายค้านและเครือข่าย กำลังโหมกระแส แฉประเด็นร้อน ทั้งเรื่องเขากระโดง ฮั้ว สว. การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น และโครงการ TH-AI Passport เพิ่มอุณหภูมิการเมือง ก่อนเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

แน่นอนว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” คือ เป้าหลัก เพราะเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่มีแต่เรื่องฉาว

ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาอภิปราย ได้แก่ การแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี และผู้บริหารระดับสูง ที่ถูกตั้งคำถามว่า เป็นการแต่งตั้งตามความสามารถ หรือ เป็นการตอบแทนเครือข่ายทางการเมือง การใช้งบประมาณ และโครงการของมหาดไทยเพื่อสร้างฐานเสียง


ที่สำคัญยังมีปัญหาที่ดินเขากระโดงที่ “อนุทิน” มีทะเบียนบ้าน อยู่ที่นั่น เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. การบุกรุกที่ดินของรัฐ กรณีเอาถนนสาธารณะมาเป็นรันเวย์เครื่องบิน หาประโยชน์ส่วนตัวที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

และที่กำลังเป็นประเด็นร้อนตอนนี้ ก็เรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย ที่ “อนุทิน” พยายามตัดตอน ให้ความผิดอยู่แค่ข้าราชการ ไม่ให้มาถึงฝ่ายการเมือง

ยังมีเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ปัญหาชายแดน และความมั่นคง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอมินียึดครองธุรกิจ และที่ดิน ในจังหวัดท่องเที่ยว พ่อทิพย์ แม่ทิพย์ ขายสัญชาติไทย ให้ลูกต่างด้าว

ส่วนการบริหารภาพรวม ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ราคาสินค้า พลังงาน ที่จนป่านนี้ยังหาตัวไอ้โม่งกักตุนน้ำมันไม่ได้ ความเชื่อมั่นในรัฐบาลถือว่า “ล้มเหลว!”


ลำดับต่อมา คือ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ซึ่งฝ่ายค้านน่าจะพุ่งเป้าไปที่ คดีเขากระโดง ในฐานะที่เป็น รมว.คมนาคม กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย

คำถามที่จะต้องเจอคือ เหตุใดกระทรวงคมนาคม จึงไม่มีท่าทีเชิงรุกในการดำเนินคดี หรือเร่งรัดการบังคับใช้คำพิพากษาของศาล และคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเขากระโดง มีการ “ชะลอ” หรือ “ละเว้น” การดำเนินการหรือไม่

เพราะการรถไฟฯ ฟ้องแค่ “เนวิน ชิดชอบ” กับ “กรุณา ชิดชอบ” แต่ไม่ฟ้อง “ไชยชนก ชิดชอบ” ที่เป็น รมว.ดิจิทัลฯในรัฐบาลนี้

ยังมีเรื่อง ราคาน้ำมัน ที่ประชาชนยังค้างคาใจว่า “พิพัฒน์” ที่มีเครือญาติเป็นเจ้าของธุรกิจน้ำมัน ถือโอกาสกระทืบซ้ำประชาชนหรือไม่ ช่วงที่นั่งหัวโต๊ะเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์พลังงานและผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.) ที่นอกจากจะประกาศขึ้นราคารายวัน แถมยังขาดแคลนอีกต่างหาก แต่พอประกาศขึ้นราคาพรวดเดียว 6 บาท ก็มีน้ำมันเต็มปั๊ม


อีกคนสำคัญที่จะผ่านเลยไปไม่ได้เด็ดขาด คือ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หัวหน้า “แก๊งลูกเทพ” กล่องดวงใจของ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้มีบารมีเหนือรัฐบาล

กับโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ที่การจัดซื้อจัดจ้าง ส่อว่ามีการล็อกสเปกให้พวกพ้องเครือข่ายมารับงานไป และยังต้องถูกถามถึงความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องจ่าย

เรื่องนี้ “การดี เลียวไพโรจน์” จากพรรคประชาปัตย์ ออกมาแฉว่า AI ของไชยชนก ด้อยคุณภาพ สู้ AI ทั่วไปที่เปิดให้ใช้ฟรียังไม่ได้เลย ไม่คุ้มค่ากับงบ 1,600 ล้าน

นอกจากนี้เชื่อว่า ยังมี “รักชนก ศรีนอก” กับ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” จากพรรคประชาชน มาร่วมแท็กทีมถล่ม

และน่าจะมีเรื่อง Cyber Security แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การบริหาร PDPA หรือข้อมูลส่วนบุคคล พ่วงมาด้วย


อีกคนที่ฝ่ายค้านล็อกเป้าไว้แล้วเช่นกัน คือ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เห็นว่ามีความเชื่อมโยงกับ คดีฮั้วเลือก สว.

ว่ากันว่า ในสำนวนของ “ดีเอสไอ” นั้น ให้เครดิต “ภราดร” ว่าเป็นผู้มีบทบาทในการออกแบบยุทธศาสตร์และแผนการฮั้ว มีการคำนวณสายการลงสมัคร จัดกลุ่มผู้สมัคร วางโพยเลือกไขว้ ประสานเครือข่าย กระทั่งจัดโพยให้เลือกในขั้นตอนสุดท้าย ที่เป็นการเลือกระดับประเทศ จนได้ “สว.สีน้ำเงิน” มากว่า 130 คน

ถ้าในวันอภิปราย ฝ่ายค้านมี พยาน เอกสาร หรือเส้นทางการเงินมาสนับสนุน ก็จะมีน้ำหนัก ในข้อกล่าวหาว่ามีการแทรกแซงกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

ในเรื่องการฮั้ว สว.นี้ ยังมีอีกคนที่ออยู่ในข่ายต้องถูกอภิปรายคือ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งถูก “เจ๊แมว” กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต สส. และ สว.สำรอง ออกมาแฉว่าอยู่ในขบวนการฮั้ว เป็นคนพา “เจ๊แมว” ไปเจอกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แล้ว อนุทิน ก็ให้เบอร์โทร “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จากอำนาจเจริญ เพื่อพูดคุยเรื่องช่องทางการสนับสนุนในช่วงเลือก สว.


ยังมีกรณีคลิปเสียง “ส้ม-กิจ” ที่พูดถึง “ทรงศักดิ์” ว่ามีความเกี่ยวโยงกับกรณี ทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย

หากวิเคราะห์ในเชิงยุทธศาสตร์ของการอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้นนี้ ฝ่ายค้านน่าจะพยายามร้อยทั้ง 5 คน เข้าด้วยกันเป็นภาพเดียว คือ กล่าวหาว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐ เพื่อค้ำจุนเครือข่ายอำนาจของพรรค ทั้งในด้านการบริหารราชการ , การทุจริต และ อิทธิพลทางการเมือง เพื่อขมวดเข้าสู่เรื่อง เขากระโดง และ ฮั้วสว.

ส่วนในเชิง “เกมการเมือง” ฝ่ายค้านน่าจะไม่แตะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย หากคาดหวังว่า ศึกซักฟอกครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ถ้าในการอภิปรายครั้งนี้ รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยถูกขึงพืดอยู่ 2-3 วัน แล้วไม่สามารถชี้แจง เคลียร์ข้อสงสัยได้ เมื่อถึงวันลงมติ พรรคเพื่อไทย ที่มี 74 เสียง เกิดงดออกเสียงขึ้นมา รัฐบาลภูมิใจไทย (291 เสียง) ก็จะได้รับเสียงไว้วางใจไม่ถึงกี่งหนึ่งของ สส.ในสภา

“อนุทิน” ในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็จะพ้นจากตำแหน่ง ทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นตำแหน่งตามไปด้วย

เว้นเสียแต่ว่า พรรคภูมิใจไทย ไปมีดีลกับพรรคกล้าธรรม ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ไว้ล่วงหน้า ว่าถ้าพรรคเพื่อไทย งดออกเสียง ก็ให้ 58 เสียงของพรรคกล้าธรรม มาโหวตหนุนแทน

เชื่อว่าศึกซักฟอกครั้งนี้ คงไม่ใช่แค่เวทีให้ฝ่ายค้านใช้อภิปรายหาเสียง แต่จะเป็นเรื่องของการต่อรองทางการเมืองครั้งสำคัญ หากดีลไม่ลงตัว รัฐบาลอาจถึงขั้นพังครืน!