xs
xsm
sm
md
lg

ศาลปกครองสั่งกรมวิชาการเกษตรจ่าย "ซินเจนทา" 117 ล้าน ชดเชยปมรับซื้อคืนพาราควอต-ทำลายทิ้ง แต่คำสั่งแบนถูกต้อง ให้คงไว้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศาลปค.กลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ปมให้บ.ซินเจนทาฯรับซื้อคืน -ทำลายพาราควอต ชี้ไม่ชอบด้วยกม.สร้างภาระเกินสมควรสั่งชดใช้เอกชน 116.9 ล้านบาท แต่คงคำสั่งแบนสารพิษ เหตุออกโดยชอบแล้ว

วันนี้ (31 ก.ค. )ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตามคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 750/2563 เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่4 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ ลงวันที่ 25 พ.ค.2563 ข้อ6 ข้อ7 และข้อ8 ในส่วนที่กำหนดให้ผู้มีใบอนุญาตผลิต หรือใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย ต้องรับมอบคืนวัตถุอันตรายชนิดที่4 จากบุคคลผู้ครอบครอง ผู้จำหน่าย หรือร้านค้า มาเพื่อเก็บรักษาและทำลาย โดยต้องจ่ายเงินค่าทำลายหรือจัดการตามควร โดยกรมวิชาการการเกษตร จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งดังกล่าว ยกฟ้องกระทรวงอุตสาหกรรม รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย และกรมวิชาการเกษตร คำขออื่นนอกจาจากนี้ให้ยก

คดีนี้ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ผู้ผลิตและนำเข้าสารพาราควอตไดคลอไรด์เพื่อใช้ในการเกษตร ฟ้องกระทรวงอุตสาหกรรม รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย กรมวิชาการเกษตร และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ว่าร่วมกันออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 15 พ.ค.2563 กำหนดให้ สารคลอร์ไพริฟอส สารคลอร์ไพริฟอส-เมทิล สารพาราควอต สารพาราควอตไดคลอไรด์ สารพาราควอตไดคลอไรด์ และพาราควอตเมโทซัลเฟต เป็นวัตถุอันตรายห้ามให้มีการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง และคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 750/2563 เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่4 ที่กำหนดให้ผู้มีใบอนุญาตผลิต หรือใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย ต้องรับมอบคืนวัตถุอันตรายชนิดที่4 จากบุคคลผู้ครอบครอง ผู้จำหน่าย หรือร้านค้า มาเพื่อเก็บรักษาและทำลาย โดยต้องจ่ายเงินค่าทำลายหรือจัดการตามควร โดยกรมวิชาการการเกษตร จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลให้เหตุผล คดีนี้รับฟังได้ว่า การกำหนดให้สารพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก การนำผ่าน หรือการมีไว้ในครอบครองจะทำให้สารประกอบชนิดนี้หมดสินไปจากประเทศไทยได้ อันเป็นการป้องกันและระงับอันตรายที่อาจมีแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ของรมว.กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยการออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2563 เป็นการใช้ดุพินิจโดยชอบแล้ว และกระทรวงอุตสาหกรรมมิได้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดประเภทหรือชนิดของวัตถุอันตรายที่ออกตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด จึงไม่มีสิทธิฟ้องกระทรวงอุตสาหกรรม


อย่างไรก็ตาม การที่อธิบดีกรมวิชาการมีคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 750/2563 เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่4 ที่กำหนดให้ผู้มีใบอนุญาตผลิต หรือใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย ต้องรับมอบคืนวัตถุอันตรายชนิดที่4 จากบุคคลผู้ครอบครอง ผู้จำหน่าย หรือร้านค้า มาเพื่อเก็บรักษาและทำลาย โดยต้องจ่ายเงินค่าทำลายหรือจัดการตามควร โดยกรมวิชาการการเกษตร จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว โดยไม่มีการกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือหรือจัดการทำลายวัตถุอันตรายที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ตามอำนาจหน้าที่และเป็นการสร้างภาระให้เกิดขึ้นกับบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เกินสมควร อัน ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย

นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังมีคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งโดยให้ ให้กรมวิชาการเกษตรรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เป็นเงินจำนวน 116,984,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามคำขอของบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด โดยให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วนของการชนะคดีให้แก่บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัดสำหรับคำขออื่นนอกจากจากนี้ให้ยก