xs
xsm
sm
md
lg

ปิดทุกทางหนี! ล่า “ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” ผู้ต้องสงสัยคดี 2 พี่น้องรัสเซีย ตร.-ทหารสระแก้วคุมเข้มชายแดน สกัดเผ่นข้ามประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สระแก้ว - ตำรวจยกระดับไล่ล่า “ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” ผู้ต้องสงสัยคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัว หลังพบขี่ จยย.ฝ่าด่านตรวจกลางดึกที่ จันทบุรี เชื่อมุ่งหน้าหาเส้นทางหลบหนีออกนอกประเทศ สั่ง 191 แจ้งเตือนทุกโรงพัก ขณะที่ตำรวจ-ทหารสระแก้วปิดแนวชายแดน ตั้งด่านสกัดทุกเส้นทาง ป้องกันเผ่นข้ามแดน ก่อนเร่งล่าตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

จากกรณี ที่ ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” ผู้ต้องสงสัยคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัว หลังพบขี่ จยย.ฝ่าด่านตรวจกลางดึกที่ จันทบุรี เชื่อมุ่งหน้าหาเส้นทางหลบหนีออกนอกประเทศล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสืบสวนพบว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องสงสัยทั้งสองได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีฝ่าจุดตรวจบริเวณเขาแหลม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มุ่งหน้าออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยอาจกำลังเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อหาช่องทางหลบหนีออกนอกประเทศผ่านแนวชายแดนไทย-ลาว
ซึ่งหลังได้รับข้อมูลดังกล่าว ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ได้แจ้งเตือนไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกและแนวชายแดน ให้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้บูรณาการกำลังร่วมกับกองกำลังบูรพา หน่วยทหาร ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร กระจายกำลังตั้งจุดตรวจและจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะแนวชายแดน อ.อรัญประเทศ ,อ.โคกสูง และพื้นที่เชื่อมต่อชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนี

นอกจากนี้ ยังได้กำชับสถานีตำรวจในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ สภ.วังสมบูรณ์, สภ.วังน้ำเย็น, สภ.เขาฉกรรจ์, สภ.เมืองสระแก้ว, สภ.วัฒนานคร, สภ.หนองหมากฝ้าย, สภ.โคกสูง, สภ.บ้านทัพไทย และ สภ.ตาพระยา ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง ผู้นำชุมชน และกำลังภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังเส้นทางธรรมชาติ เส้นทางรอง และพื้นที่ล่อแหลมที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางหลบหนี

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การตั้งด่านครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุก เพื่อปิดทุกช่องทางการหลบหนีของผู้ต้องสงสัย พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะตรงกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เผยแพร่ หรือพบความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 191 ทันที และไม่ควรเข้าไปเผชิญหน้าหรือพยายามจับกุมผู้ต้องสงสัยด้วยตนเอง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่