xs
xsm
sm
md
lg

ชำแหละ คดีฮั้ว สว. จาก “เลือกกันเอง” สู่ “ฮั้วกันทั้งประเทศ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ชำแหละคดีฮั้ว สว. จากข้อกล่าวหาจัดตั้ง สู่บททดสอบครั้งใหญ่ที่ท้าทายความน่าเชื่อถือของ กกต. และระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งผลลัพธ์ไม่ได้ตัดสินแค่คนผิด แต่กำลังตัดสินความเชื่อมั่นของทั้งระบบรัฐสภา

“คดีฮั้ว สว.” ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ และไม่ได้เริ่มในวันที่ กกต.แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหา 229 คน หากแต่จุดเริ่มต้นต้องย้อนกลับไปตั้งแต่การออกแบบระบบเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะปลอดจากการครอบงำของนักการเมือง แต่สุดท้ายกลับถูกตั้งคำถามว่ากลายเป็นช่องให้เกิด “การจัดตั้ง” ได้ง่ายกว่าระบบเดิม

การเลือก สว.ปี 2567 ดำเนินไปเป็นลำดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศ

แต่ทันทีที่ประกาศผล ก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก กลุ่ม สว.สำรอง นักวิชาการ และภาคประชาชน ว่าพบ “ความผิดปกติ” หลายประการ

หนึ่งในผู้ติดตามคดีอย่างต่อเนื่องคือ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw ซึ่งระบุหลายครั้งว่าคดีนี้ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบการกระทำของบุคคลบางราย แต่เป็นบททดสอบความน่าเชื่อถือของระบบเลือก สว.ทั้งระบบ

ยิ่งชีพ ตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบการลงคะแนน การจัดตั้งเครือข่าย และเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบกระบวนการได้ พร้อมเข้าร่วมเวทีสาธารณะเพื่ออธิบายพยานหลักฐานและผลกระทบของคดีต่อระบบรัฐสภาไทย

ด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสภาและเวทีสาธารณะ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบไปถึง “ผู้บงการ” หากมีอยู่จริง ไม่ใช่เพียงผู้ปฏิบัติ

พร้อมตั้งคำถามต่อความล่าช้าของกระบวนการและนำเสนอหลักฐานที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับโพย การจัดหาผู้สมัคร และการประสานงานเป็นเครือข่าย ทั้งยังขอให้ กกต.ชี้แจงต่อสังคมถึงพยานหลักฐานที่พบและเหตุผลของการดำเนินคดีในแต่ละขั้นตอน

คดีที่ไม่ได้ตัดสินแค่คน แต่กำลังตัดสินระบบ
สิ่งที่ทำให้ “คดีฮั้ว สว.” แตกต่างจากคดีเลือกตั้งทั่วไป คือผลของคดีไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ถูกกล่าวหา หากยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อวุฒิสภา กระบวนการออกกฎหมาย และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง

ยิ่งเมื่อคดีเดินมาถึงจุดที่เกิดความเห็นต่างระหว่าง คณะสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 กับ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ก็ยิ่งทำให้คำถามของสังคมเปลี่ยนจาก “มีการฮั้วหรือไม่” ไปสู่ “กระบวนการวินิจฉัยของ กกต.จะยุติข้อสงสัยได้เพียงใด”