xs
xsm
sm
md
lg

วัดดังผวา เจอมิจฉาชีพมาปฎิบัติธรรม เกือบสูญเงิน 2 ล้านบาท วัดอื่นโดนกันถ้วนหน้า เสียหายนับแสน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จากกรณีโซเชียลโพสต์เรื่องราวเตือนภัยว่า "พระเก๊ห่มจีวรฉกเงินพระตามวัดวุ่น โดนแล้ว 3 ราย สูญกว่า 1 แสน วัดทั่วอีสานเหนือระวัง ภาพถ่ายของชายโล้น แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ตามภาพที่ปรากฎทำทีไปขออาศัยจำพรรษาตามวัดต่างๆ ก่อนฉวยโอกาสฉกเงินพระวัด 3 แห่ง 57,000 บาท , 12,000 บาท , และ 45,000 บาท ตามลำดับ รวมเสียหาย 114,000 บาท โดย ตร.บึงกาฬ ได้ส่งภาพชายแต่งโล้นรายนี้ไปตามวัดต่างๆ ให้ระวังช่วงเข้าพรรษา หวั่นวัดหลายแห่งในพื้นที่ จ.นครพนม จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร และจังหวัดใกล้เคียง ตกเป็นเหยื่อ โดนเป็นรายต่อไปมีรายงานว่าที่วัดแห่งหนึ่งที่ บ.ท่าลาด ต.ท่าลาด อ.บ้านแพง จ.นครพนม โดนร่วม 1 หมื่น ชายรายนี้มีหมายจับ เป็นภัยต่อศาสนา เจ้าอาวาสวัดพบเจอรีบแจ้งด่วน"

วันที่ 30 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พบพระชัชวัสส์ แย้มแสงสังข์ และ พระอัศวิน ซึ่งเป็นพระลูกวัด และเป็นผู้เสียหาย โดยพระชัชวัสส์ เล่าว่า ช่วงเดือนธันวาคม ปี 2568 อาตมาและพระอัศวิน ได้เดินทางออกไปปฎิบัติธรรมตามวัดต่างๆ ที่ต่างจังหวัด และจะได้พบเจอพระที่มาปฎิบัติธรรมเหมือนกันอีกหลายรูป และได้รู้จักกับพระสุกฤษฎิ์ ได้ชวนกันไปปฎิบัตรธรรมที่วัดห้วยนาคราช ต.ทุ่งสอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และพูดคุยเป็นเพื่อนกัน ด้วยความที่อาตมาคิดดี บางทีคุยโทรศัพท์อาตมาเชื่อว่าพระสุกฤษฎิ์ได้แอบฟัง ซึ่งบางครั้งพระสุกฤษฎิ์ ก็ได้ถามอาตมาถึงรหัสผ่านของแอปฯธนาคารในโทรศัพท์มือถือ อาตมาไม่ได้คิดอะไรก็ได้บอกรหัสผ่านไป ซึ่งอยู่ในช่วงปฎิบัตรธรรมกันอยู่

ต่อมา ในวันที่ 29 ธ.ค. 68 พระสุกฤษฎิ์ ได้ขอยืมโทรศัพท์มือถือของอาตมาไปบอกว่าโทรศัพท์มือถือของตัวเองเงินหมดจะโทรหาโยมแม่ เพราะโยมแม่ไม่สบายจะไปหาหมอที่ ร.พ.ศิริราช อาตมาก็ให้ยืมโทรศัพท์มือถือ สักพักใหญ่พระสุกฤษฎิ์ก็เอาโทรศัพท์มือถือมาคืน พอมาดูก็พบว่าแอปฯธนาคารในโทรศัพท์มือถือของอาตมาหายไป อาตมาก็งงทำไมอยู่ดีๆแอปฯธนาคารถึงหายไปได้ จึงรีบไปติดต่อที่ธนาคารเพื่อที่ไปทำแอปฯใหม่ พอทำเสร็จมารู้เงินหายออกจากบัญชีไป จำนวน 45,000 บาท จึงได้ย้อนหลังดูว่าเงินถูกโอนไปบัญชีของใคร พอรู้ว่าเงินในบัญชีของอาตมาถูกโอนไปที่บัญชีพระสุกฤษฎิ์ จึงมารู้ว่าพระสุกฤษฎิ์เป็นพวกมิจฉาชีพอยู่ในผ้าเหลือง เอาผ้าเหลืองมาห่มบังหน้า ทำให้คนอื่นเชื่อถือ และตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมาก็ติดต่อกับพระสุกฤษฎิ์ไม่ได้เลยจนถึงทุกวันนี้ อาตมายังโชคดี เพราะอันที่จริงเงินในบัญชีของอาตมามีอยู่ 2 ล้านกว่าบาท เพราะได้มาจากมรดก เงินจะโอนออกจากบัญชีได้แค่ครั้งละ 45,000 บาท ถ้ามากกว่านั้นต้องสแกนใบหน้า ไม่งั้นอาตมาคงหมดตัวแน่

ด้าน พระอัศวิน เล่าว่า ในช่วงที่ออกปฎิบัติธรรมอาตมาก็ได้รู้จักกับพระสุกฤษฎิ์ และเชื่อใจ คุยกันเหมือนพี่น้อง ไปจำที่วัดไหนจังหวัดไหนก็ชวนกันไป ด้วยความที่อาตมาใช้เงินเก่ง มีเงินสดติดตัวอยู่ 12,000 บาท อาตมาจึงได้ฝากเอาไว้กับพระสุกฤษฎิ์ และตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 68 ก็ติดต่อกันไม่ได้เลย จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว ซึ่งในช่วงที่อาตมาได้โพสต์ลงตามเฟซบุ๊ก มีคนเข้ามาทักอยู่หลายคน ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่าพระสุกฤษฎิ์ หลอกเอาเงินไป จึงอยากฝากถึงเจ้าอาวาสวัดต่างๆให้ดูให้ดีๆก่อนที่จะรับพระจากวัดอื่นเข้าวัด ทุกวันนี้มิจฉาชีพมาทุกรูปแบบ

เบื้องต้น พระชัชวัสส์ แย้มแสงสังข์ ซึ่งปัจจุบันได้มาจำพรรษาอยู่ในวัดแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ สภ.หนองขาว จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ตอนที่ถูกเอาเงินในแอปฯโทรศัพท์ มือถือไป โดยต้องการดำเนินคดีกับพระสุกฤษฎิ์ ให้ถึงที่สุด ตามกฎหมายต่อไป