xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ไกล่เกลี่ย ไม่กระเช้า! ‘ป๋าเสรี’ สับเกียร์ห้าลุยบุรีรัมย์...ภารกิจแห่ง "ศักดิ์ศรี" ทวงคืนเขากระโดง! ** เฉลยปริศนา “ซ้อต่าย”...ใครเหลี่ยมจัด! ใครทรยศ ?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส - เนวิน ชิดชอบ - กรุณา ชิดชอบ
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ ไม่ไกล่เกลี่ย ไม่กระเช้า! ‘ป๋าเสรี’ สับเกียร์ห้าลุยบุรีรัมย์...ภารกิจแห่ง "ศักดิ์ศรี" ทวงคืนเขากระโดง!

แถวบุรีรัมย์เวลานี้ฟังว่าอากาศแปรปรวนหนัก “หนาวๆ ร้อนๆ” กันไปทั้งเมือง!

เมื่อเจ้าถิ่นบ้านใหญ่สายแข็งที่ใครต่อใครต่างเกรงใจอย่าง ‘เนวิน ชิดชอบ’ นายใหญ่แห่งค่ายน้ำเงิน ยื่นฟ้อง ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส’ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและแจ้งความเท็จ ปมเรื่องมหากาพย์ “ที่ดินเขากระโดง”

งานนี้หลายคนอาจจะคิดว่า การดึงคดีขึ้นศาลในถิ่นเซาะกราว จะทำให้ “วีรบุรุษนาแก” ถอยร่น หรือยอมยกมือสงบศึก เพื่อตัดรำคาญ...แต่โทษที! คนชื่อ "เสรีพิศุทธิ์" ไม่เคยมีคำว่า ‘ยอม’ หรือ ‘ดีลลับ’ อยู่ในพจนานุกรม!

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
ทันทีที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์นัดไกล่เกลี่ย ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ‘ป๋าเสรี’ ไม่รอให้เสียเวลา สายตรงต่อถึงเจ้าหน้าที่ศาล ฝากข้อความดุดันตรงไปตรงมาถึงผู้พิพากษาเจ้าของคดีทันทีว่าไม่ต้องนัด "ผมไม่ไกล่เกลี่ย!”

เพราะเป้าหมายของการชนรอบนี้ ไม่ใช่การมาจับมือลืมความหลัง ไม่มีการหิ้วกระเช้าขอโทษเหมือนดาราสมัยนี้ แต่ต้องการ “พิสูจน์ความจริง" พึ่งกระบวนการยุติธรรมว่า ที่ดินผืนโตบริเวณ "เขากระโดง"นั้น เป็นของใครกันแน่!? ระหว่างเอกสารสิทธิ์ของตระกูลดัง หรือ เป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ถูกครอบครองมาอย่างยาวนาน

หากมองในเชิงกลยุทธ์กฎหมาย การที่ฝั่ง "เนวิน" ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จในครั้งนี้ แท้จริงแล้วกลับกลายเป็น “การเปิดแผลตัวเอง” และเข้าทาง "ป๋าเสรี” อย่างจัง!

เนวิน ชิดชอบ
ต้องไม่ลืมว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อเข้าสู่กระบวนการสู้คดีในชั้นศาล จำเลยอย่าง “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์” ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายอย่างชอบธรรมในการยื่นคำร้องขอให้ศาล “ออกหมายเรียกพยานเอกสารและพยานบุคคล” เพื่อนำมาใช้ในการซักค้านพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

งานนี้ ‘ป๋าเสรี’ จึงเตรียมจัดหนัก ในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ เจ้าตัวเตรียมหอบสำนวนไปยื่นต่อศาลบุรีรัมย์ เพื่อขอให้ออกหมายเรียกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ทุกแปลง ของ “เนวินและครอบครัว” ตลอดจนเอกสารการจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนนิติบุคคล และใบอนุญาตจัดสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ทั้งสนามฟุตบอลช้างอารีนา และ สนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ออกมากางตรวจสอบกลางศาลให้เห็นกันชัดๆ ว่าได้ขออนุญาตถูกต้อง หรือไม่? มีการปิดถนน ถมคลองสาธารณะ หรือบุกรุกที่ดินของรัฐจริง อย่างที่สังคมตั้งข้อสงสัยกันมานานหลายสิบปีหรือไม่!

เรียกได้ว่า จากเดิมที่พรรคภูมิใจไทยและเ นวิน ใช้วิชาการเมืองโบราณคิดจะฟ้องเพื่อปิดปาก กลับกลายเป็นการหาเรื่องเปิดประตูบ้านให้ "ป๋าเสรี" เข้าไปตรวจโฉนดถึงในเรือนชาน

ความเก๋าของนายตำรวจใหญ่ระดับ “อดีต ผบ.ตร.” คือการไม่นั่งเทียนเขียนสำนวน! วันที่ 29–30 กรกฎาคมนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ขนทีมทนายความคู่ใจ บุกตะลุยลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ด้วยตัวเอง เดินตรวจจุดพิพาท เก็บพยานหลักฐานเชิงลึก พร้อมนำภาพถ่ายทางอากาศแนบเป็นหลักฐานมัดแน่น เพื่อให้ทีมทนายเห็นสภาพพื้นที่จริง ก่อนขึ้นไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 17 สิงหาคม นี้

ภาพของชายวัยเกษียณที่ชื่อ “เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส” ในวันนี้ จึงไม่ใช่ภาพของนักการเมืองที่วิ่งหาตำแหน่ง หรือตระบัดสัตย์ เพื่อแลกกับเก้าอี้รัฐมนตรี แต่คือภาพของ “วีรบุรุษนาแก” ที่ไร้พันธนาการทางอำนาจ ไม่ต้องกราบไหว้ใคร ไม่ต้องเกรงใจทุนใหญ่หน้าไหน

การลุกขึ้นมาชนกับอิทธิพลบุรีรัมย์ ในคดีเขากระโดงรอบนี้ จึงกลายเป็น “ภารกิจแห่งศักดิ์ศรี" ส่งท้ายชีวิต ที่ทำเพื่อปกป้องทรัพย์สินของแผ่นดินอย่างแท้จริง

เมื่อ “อิทธิพลการเมือง” ต้องวัดกับ “กฎหมายแผ่นดิน” เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องคดีหมิ่นประมาทส่วนบุคคลระหว่าง “เนวิน” กับ “เสรีพิศุทธิ์” แต่เป็นการ กระตุกกระแสสังคม และสะเทือนไปถึงหน่วยงานรัฐ ทั้งกรมที่ดิน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เคยอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าทวงคืนที่ดินของรัฐ ให้ต้องหันกลับมามองความถูกต้อง!

ถ้าคดีนี้สู้กันถึงที่สุด แล้วปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนกลางชั้นศาล ว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของ รฟท. จริง ผลลัพธ์ที่ตามมาจะไม่ใช่แค่เรื่อง “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์” รอดพ้นคดีหมิ่นประมาท... แต่มันคือ “โดมิโนตัวใหญ่” ที่จะย้อนกลับไปสั่นคลอนผู้ถือครองที่ดินเขากระโดงทั้งหมด!

ต้องขอปรบมือให้หัวใจดุ และสปิริตตงฉินของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส” ที่ยังคงสวมหัวใจสิงห์ สู้เพื่อความถูกต้องโดยไม่หวั่นเกรงต่อหน้าอินทร์หน้าพรหม

ศึกเขากระโดงคราครั้งนี้... คนทั้งประเทศกำลังจับตาดูว่า “อิทธิพลการเมือง” กับ “ความจริงและกฎหมาย”... สุดท้ายแล้ว สิ่งใดจะยิ่งใหญ่กว่ากันในแผ่นดินนี้!

กรุณา ชิดชอบ
++ เฉลยปริศนา“ซ้อต่าย”...ใครเหลี่ยมจัด! ใครทรยศ ?!

อยู่ดีดี “ซ้อต่าย” กรุณา ชิดชอบ ภรรยาของ “เนวิน ชิดชอบ” ก็ออกมาโพสต์ IG Story ด้วยข้อความว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” จนถูกโยงเป็นประเด็นการเมือง

โพสต์แบบทะลุกลางปล้องของ “ซ้อต่าย” บังเอิญออกมาไล่เลี่ยกับที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” โพสต์ภาพ “3 เกลอรักกัน” คือ อนุทิน ยืนเอามือหนึ่งโอบกอดเนวิน อีกมือกดบ่าพิพัฒน์ ...ขณะที่เนวิน ก็ยืนมือหนึ่งโอบกอดอนุทิน อีกมือกดบ่าพิพัฒน์ แบบเหมือนจะบีบคอ...ส่วน พิพัฒน์ ได้แต่นั่งกัดฟันฝืนยิ้มสู้กล้อง!

ทำให้ตีความกันว่า “คนเหลี่ยมจัด คนทรยศ” ที่ต้องตัดทิ้งนั้น หมายถึง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” หรือเปล่า?!

อาจจะใช่ก็ได้ ถ้า “ซ้อต่าย” โฟกัสไปในเรื่องความขัดแย้งภายในพรรค...ขณะเดียวกัน “ซ้อต่าย” อาจมโนไปไกลกว่านั้น ไปถึงระดับความมั่นคงของรัฐบาลก็เป็นได้

เพราะประเด็นร้อนทางการเมือง ที่ “ไอติม-ไอลอว์” กำลังออกมาขย่มพรรคภูมิใจไทย “เรื่องฮั้วสว.” มีทั้งข้อมูลการจัดคนลงสมัคร ออกค่าเดินทาง จัดรถรับส่ง เข้าพักโรงแรม การรวมตัวก่อนเลือก การจัดทำโพย ตลอดจนเส้นเงิน จากใครไปถึงใครบ้าง ... เหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลในสำนวนคดี ที่ “ดีเอสไอ” ได้ทำไว้เมื่อสองปีที่แล้ว

ต้องไม่ลืมว่า ตอนที่ดีเอสไอ ทำคดีนี้ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย คนของพรรคเพื่อไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล ดีเอสไอ และเรื่อง “ฮั้วสว.”ก็เคยถูกใช้เป็นประเด็นฟาดฟันกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทย ควบคู่มากับเรื่อง “เขากระโดง ฟัดกับ สนามกอล์ฟอัลไพน์”

เนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล- พิพัฒน์ รัชกิจประการ
และเชื่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมีขึ้น ฝ่ายค้านก็จะล็อกเป้าอยู่แค่ตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย โดยไม่แตะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

“อนุทิน ชาญวีรกูล-ทรงศักดิ์ ทองศรี-พิพัฒน์ รัชกิจประการ-ไชยชนก ชิดชอบ-ภราดร ปริศนานันทกุล” คือเป้าหมาย
หลักๆ ที่เป็น “จุดตาย” จะอยู่ที่เรื่อง เขากระโดง ฮั้วสว. ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการมหาดไทย และ AI passport
หากมีหลักฐานใหม่ที่ช็อกสังคม รัฐบาลตอบไม่เคลียร์ ก็เป็นเหตุผลอันชอบธรรมที่ พรรคเพื่อไทย จะ “งดออกเสียง” ในการโหวตหลังอภิปราย

แค่นี้รัฐบาลก็พังแล้ว!

“คนเหลี่ยมจัด...คนทรยศ ที่ต้องตัดทิ้ง” ตามที่ “ซ้อต่าย” มโน จึงน่าจะหมายถึง พรรคเพื่อไทย?!

ตอนนี้รัฐบาลภูมิใจไทย มี 291 เสียง ถ้า 74 เสียงของเพื่อไทย“งดออกเสียง” คะแนนไว้วางใจก็จะไม่ถึงกึ่งหนึ่ง “อนุทิน”จะชิงยุบสภาก็ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญห้ามไว้ ว่าเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาไม่ได้

ทางแก้ที่พรรคภูมิใจไทย ต้องเตรียมไว้ คือ ต้องไปดีลกับพรรคกล้าธรรม ของ“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ไว้ล่วงหน้าว่าถ้าพรรคเพื่อไทย งดออกเสียง ก็ให้ 58 เสียง ของกล้าธรรม ที่ตอนนี้เป็นฝ่ายค้าน จะมาโหวตหนุนแทน

แต่ถ้าถึงเวลานั้นรัฐบาลที่บงการโดย “เนวิน-อนุทิน” ถูกแฉถึงความเน่าเฟะ กระแสสังคมกดดัน ให้มีการเปลี่ยนแปลง แล้ว “ผู้กองธรรมนัส” ยังจะเข้าไปกอด ไปอุ้ม “ซากศพ” หรือ ?!

รัฐบาลตามสมการการเมืองใหม่ อาจเป็น “เพื่อไทย+ประชาชน+กล้าธรรม” ก็ได้

ศึกซักฟอกครั้งนี้ จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ ถึงขั้นที่ “ซ้อต่าย” ทนไม่ไหว ต้องออกมามโนดังๆ ว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง...!!”