ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นราว 7% ในวันพุธ(29ก.ค.) หลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศคืนชีพในตะวันออกกลาง ซ้ำเติมความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่ลดลงเรื่อยๆ หลังข้อมูลรัฐบาลสหรัฐฯพบคลังน้ำมันดิบสำรองลดลงต่ำสุดในรอบหลายปี ส่วนวอลล์สตรีทปรับลดและทองคำปิดลบเล็กน้อย จากความเคลื่อนไหวคงอัตราดอกเบี้ยของเฟด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 5.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 6.65 ดอลลาร์ ปิดที่ 90.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สหรัฐฯและซาอุดีอาระเบียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเล่นงานกลุ่มต่างๆที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักเมื่อวันพุธ(29ก.ค.) กล่าวโทษนักรบเหล่านี้ว่าเป็นฝ่ายปล่อยโดรนโจมตีที่ตั้งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
ขณะเดียวกันสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ(อีไอเอ) เผยแพร่ข้อมูลในวันเดียวกัน ระบุคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศ ลดลงถึง 7.2 ล้าร์บาร์เรล เหลือ 404.5 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2018 แม้บ่งชี้การส่งออกและอุปสงค์ภายในแข็งแกร่ง แต่มันก็ก่อความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันโลก ท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบแรงในวันพุธ(29ก.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) คงอัตราดอกเบี้ย และขยับลงตามแรงฉุดหุ้นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเอไอ ก่อนหน้าการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของไมโครซอฟต์และเมตา แพลตฟอร์มส
ดาวโจนส์ ลดลง 1.153.18 จุด (2.19 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 51,594.14 เอสแอนด์พี ลดลง 112.63 จุด (1.52 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,316.15 จุด แนสแดค ลดลง 433.97 จุด (1.74 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 24,442.94 จุด
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 9-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมในวันพุธ(29 ก.ค.) ตามการคาดการณ์ของตลาด
อย่างไรก็ดีมีสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน 3 ราย ที่อยากให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนนี้เลย โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลากว่า 5 ปี
ความเคลื่อนไหวของเฟดในการคงดอกเบี้ย ผลักดอลลาร์อ่อนค่าลง และพยุงให้ทองคำฟื้นตัวปิดลบเพียงเล็กน้อยในวันพุธ(29ก.ค.) จากที่ดิ่งลงหนักในช่วงต้นของการซื้อขาย โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 2.40 ดอลลาร์ หรือ 0.1% ปิดที่ 4,036.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

