xs
xsm
sm
md
lg

คดีฮั้ว ส.ว.ส่อลากยาวอีก กกต.อ้างข้อมูลล้น ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



มหากาพย์ฮั้ว ส.ว. ส่อเค้ายืดเยื้อ กกต. อ้างหลักฐานท่วมขอเลื่อนชี้ขาดถึงกันยายน ส่งผลกระทบตรงถึงดีเอสไอที่ต้องชะลอคดีฟอกเงินเพื่อรอผล ขณะที่สังคมกดดันหนัก ทวงถามความโปร่งใสจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ความพยายามเร่งในการเร่งสรุปคดีฮั้วเลือกส.ว. อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ หลังจากมีรายงานออกมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า มีแนวโน้มขยายกรอบเวลาการวินิจฉัยสำนวนออกไปจากเดิมที่ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 ไปเป็นช่วงเดือนกันยายน เนื่องจากพยานหลักฐานในหลายประเด็นยังไม่ครบถ้วน และจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อนมีคำวินิจฉัย

แหล่งข่าวจากกกต. ระบุว่า แม้ประธาน กกต. จะเคยกำหนดกรอบเวลาให้การพิจารณาคดีฮั้ว สว. แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ แต่จากการตรวจสอบสำนวนและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมทั้งความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่เสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย และความเห็นของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติเสียงข้างมากไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าไม่มีมูลความผิด ทำให้คณะกรรมการ กกต. ต้องใช้เวลาในการพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะขยายเวลาการวินิจฉัยออกไปอีกประมาณ 1 เดือน หรือจนถึงเดือนกันยายน 2569 เพื่อให้การตรวจสอบพยานหลักฐานในทุกประเด็นแล้วเสร็จครบถ้วน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามกรอบกฎหมาย หากเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมขอมอบหมายให้คุณในฐานะบรรณาธิการข่่าว เรียบเรียงเป็นสกู๊ปข่าวที่มีการเกริ่นนำที่น่าสนใจ

ขณะที่ ความคืบหน้าคดีอั้งยี่-ฟอกเงินเกี่ยวกับการฮั้วเลือกส.ว. ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นั้น ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ โดยได้มีการสอบปากคำพยานเพิ่ม และได้นำเอาเอกสารรายงานธุรกรรมการเงินจากสถาบันธนาคารของผู้เกี่ยวข้องในคดีมาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี จากเดิมในตอนแรกที่ดีเอสไอได้มีการสั่งฟ้องไปทั้งสิ้น 8 ราย (ประกอบด้วย เครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ 6 ราย และสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง 2 ราย) แต่อัยการเห็นว่าจำนวนผู้ถูกกล่าวหายังไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน จึงได้มีการสั่งสอบเพิ่มเติม ขณะนี้มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่าในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ ท้ายสุดอาจมีการสรุปสำนวนดำเนินคดีผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับขบวนการเลือกฮั้ว สว.ระดับประเทศ ไม่ได้มีผู้ต้องหาเพียง 8 รายดังเดิม

ดังนั้น เมื่ออัยการได้สั่งให้รวบรวมสำนวนเข้ากับของสำนวนของกกต. ด้วย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ยังต้องรอผลการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าจะมีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหากี่ราย และเป็นรายใดบ้าง และจากฐานความผิดใดบ้าง เพื่อดีเอสไอจะได้นำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบสำนวน ก่อนสรุปส่งสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. พร้อมเห็นดำเนินคดีให้อัยการคดีพิเศษพิจารณาอีกครั้ง

ด้าน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความระบุว่า “ทำไมท่าน สว. ถึงไล่ผมไปดูคำสั่ง กกต. ผมอยากดูมากแต่มันอยู่ไหนนะครับ ผมเคยยื่นข้อเรียกร้องต่อ กกต.ให้เปิดเผยเรื่องร้องเรียนและข้อวินิจฉัยทั้งหมดแล้ว แต่เค้ายังไม่ได้ตอบรับ
ถ้าท่านมีเอกสารนั้น ที่แสดงว่าท่านไม่ผิดถ้าข้อเท็จจริงทุกอย่างถูกพิสูจน์แล้ว รบกวนโพสเลยครับท่านครับ เอาแบบละเอียดเลยนะครับ ตั้งแต่ข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานทั้งหมดที่ท่านนำเสนอ สังคมจะได้เชื่อถือท่าน จะได้รู้ความจริงทั่วกัน ไม่ใช่เพียงแค่ผมไปค้นดูคนเดียว”

โดยการโพสต์ข้อความของนายยิ่งชีพ เป็นการโต้ตอบกรณีที่ นายสมพาน พละศักดิ์ และ นางแดง กองมา ส.ว. จากจังหวัดอำนาจเจริญ ยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์เพราะกกต.คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 249/2567 และคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 17/2568 ที่ยกคำร้องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคุณสมบัติในการเป็นส.ว.ไปแล้ว จึงอยากให้นายยิ่งชีพไปตรวจสอบเรื่องนี้