xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องจริงหรือละคร!สื่อแฉ'ทรัมป์'ซดเกาเหลา'เนทันยาฮู' ยิวฉุนกระสันถล่ม'ภูเขานิวเคลียร์'แต่ถูกUSห้ามไว้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งเสียงไม่พอใจ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะพบปะกันที่ทำเนียบขาวในวันอังคาร(28ก.ค.) บ่นเกี่ยวกับกรณีที่รายละเอียดในประเด็นต่างๆที่มีแผนหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกับผู้นำรัฐยิว ในเรื่องอิหร่าน หลุดออกสู่สาธารณะ ในสัญญาณความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างผู้นำทั้ง 2 สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างของรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ที่บอกว่าพวกเขากระสันโจมตีเป้าหมายพลังงานในอิหร่าน แต่ถูกอเมริกาห้ามปรามเอาไว้

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับกรณีที่มีรายงานข่าวว่า เนทันยาฮู ต้องการพูดคุยในเรื่องภูเขาพิกแอกซ์ สถานที่ที่มีการเสริมความมั่นคงอย่างหนาแน่นฝังลึกลงไปใต้ดิน ใกล้กับหนึ่งในที่ตั้งนิวเคลียร์หลักของอิหร่าน ทรัมป์ตอบกลับโดยใช้ชื่อเล่นของเนทันยาฮู กล่าวว่า "ผมไม่จำเป็นต้องให้ บีบี มาบอกกับผมในเรื่องนั้น บีบีพูดแบบนั้นเพราะว่าเขาอยากให้ผมพัวพันต่อไป ทำไมไม่บอกผมตรงๆ ล่ะ? ทำไมต้องประกาศให้โลกรู้ด้วย?" ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์รายงานเมื่อวันจันทร์(28ก.ค.) อ้างแหล่งข่าวในเยรูซาเลม คาดหมายว่า เนทันยาฮู จะมอบข่าวกรองแก่ ทรัมป์ ว่า อิหร่าน กำลังสร้างโรงงานนิวเคลียร์ใต้ภูเขาพิกแอกซ์ และโกหกว่าต้องการข้อตกลงสันติภาพ ในความหวังว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป

ทำเนียบนายกรัฐมนตรีของเนทันยาฮู ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพูดของทรัมป์ แต่ อิสราเอล คาทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล เปิดเผยในวันอังคาร(29ก.ค.) ว่าเทลอาวีฟ มีความกระตือรือร้นที่จะลงมือโจมตีทางทหารเล่นงานที่ตั้งทางพลังงานสำคัญๆในอิหร่าน แต่ท่าทีปฏิเสธของสหรัฐฯ เป็นสิ่งกีดขวางการเปิดปฏิบติการโจมตีทางอากาศดังกล่าวมาตลอด

คำกล่าวนี้มีขึ้นก่อนหน้าที่ ทรัมป์ และ เนทันยาฮู จะพบปะพุดคุยหลังจากนี้ที่เมืองหลวงของสหรัฐฯ ในวันเดียวกัน เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นอิหร่านอันซับซ้อนและผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางทหารที่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง

การพบปะกันที่ทำเนียบขาวในครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมแบบเจอหน้ากันครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้ง 2 ชาติเริ่มทำศึกความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยที่ประเด็นเรื่องความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบน่าจะเป็นหัวข้อหลักในการประชุม แม้ว่าวอชิงตันยืนกรานถึงความปรารถนามอบโอกาสการทูตอีกครั้ง

เป็นที่น่าสังเกตว่าอิสราเอลไม่ได้เข้าร่วมในการปะทะกันรอบล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ตามหลังการพังครืนของข้อตกลงหยุดยิงที่เห็นพ้องกันในเดือนเมษายน การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการพบปะหารือกันครั้งที่ 8 ระหว่าง 2 ผู้นำ นับตั้งแต่ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งในปีที่แล้ว แต่ถือเป็นการพูดคุยกันโดยตรงครั้งแรก นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น

(ที่มา:รอยเตอร์ส/วอยซ์ออฟเอมิเรตส์)