"อนุทิน" มั่นใจฟันโกงสอบท้องถิ่นไร้มวยล้มต้มคนดู ลั่น ประธาน ป.ป.ช.ลุยสอบเอง ยัน การทำงานมีประสิทธิภาพสูง เผย ปปง.จ่อสอบเส้นเงิน เชื่อแม่น้ำทุกสายมาบรรจบกัน เปิดกระบวนการชั่วร้ายทั้งหมด
วันที่ 28 ก.ค.ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า คนที่คิดทุจริตไปห้ามจิตใจเขาไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาประมาณ 2 สัปดาห์ ตอนนี้ถือว่าจับโกงได้หมดแล้วซึ่งคณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจไป และดำเนินการเรื่องนี้ก็ได้มีการไปเพิกถอนข้าราชการที่ทุจริตแล้ว ด้วยกลไกของรัฐบาลและกระทรวงที่มีทั้งหมดสามารถหาคนที่กระทำผิดได้แล้ว ตรงนี้มันไม่มีประสิทธิภาพตรงไหน ซึ่งเราหาได้ครบหมดแล้วและจะมีต่อมาเรื่อย ๆ เมื่อวานตนได้ให้สัมภาษณ์ไปว่ามี 7 แอคชั่นแล้ว ซึ่งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาราชการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันนี้บอกว่าแอคชั่นที่ 8 มาแล้ว และกำลังจะมีแอคชั่นที่ 9 แล้วทุกอย่างจะถูกตีแผ่ออกมา
เมื่อเช้าตนได้มีโอกาสพบกับนายสุชาติ ตระกูลเกษม ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งบอกว่าในส่วนของ ป.ป.ช. นายสุชาติก็ได้มาเป็นประธานคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้โดยตรงซึ่งนาน ๆ จะเห็นปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
" ผมเองก็ยิ่งมีความสบายใจ ว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางเป็นมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน เพราะขนาดประธาน ป.ป.ช. ได้ใส่ใจลงมาดูแลคดี " นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนตัวในฐานะผู้นำรัฐบาล ก็มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ประจำปี 2568 ก็จะมีการรายงานมายังตนภายใน 2-3 วันนี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดก็จะมาบรรจบกัน แล้วก็จะเห็นกระบวนการอันชั่วร้ายนี้ทั้งหมด ซึ่งข้อมูลของนายปกรณ์ก็จะส่งตรงมายังตน และขณะนี้มีคนอยู่ในคุก 3 คนแล้ว ไม่สามารถประกันตัวได้และมีการออกหมายเรียกแล้ว ไม่รู้ตั้งกี่คนซึ่งยังไม่นับรวมกับคนที่กระทำผิด โดยเฉพาะเจ้าของคะแนนกระดาษคำตอบที่ไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศ ทั้งตัวคนประกาศผลและคนดำเนินการต่าง ๆ ทุกอย่างต้องให้เวลา ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานในการดำเนินการ หากถามตนเองก็ต้องบอกว่าการทำงานมีประสิทธิภาพสูงมาก ที่สามารถรวบรวมวงจรนี้ทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ขณะที่เส้นเงินสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังเข้าไปตรวจสอบ แล้วขยายผลไปถึงการใช้อำนาจหน้าที่ว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้องโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าไปดูแลอยู่ ซึ่งมีหลายหน่วยงานดูแลร่วมกัน แม่น้ำทุกสายจะมาบรรจบกัน ก็หวังว่าผลทุกอย่างจะตรงกัน ซึ่งถือเป็นการถ่วงดุลทำให้ทุกสายต้องทำงานด้วยความแม่นยำและจริงจัง ไม่เห็นแก่หน้าอิฐหน้าพรหม เมื่อทุกอย่างมาบรรจบกัน 5-6 สายก็จะชัดเจนขึ้น

